รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดา

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Headline_Widget”][/siteorigin_widget]
ด้วยสถานการณ์ที่ไม่ปกติในปัจจุบัน ที่ส่งผลการดำเนินชีวิตและธุรกิจในทุกแขนง รวมไปการเปลี่ยนสภาพสังคมอย่างมาก ทำให้การติดต่อหรือประสานงานในปัจจุบัน การใช้เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่เป็นคำตอบที่ตรงโจทย์ที่สุดในขณะนี้ ซึ่งนอกจากจะไม่ต้องพบปะที่จะทำให้เกิดความเสี่ยง ยังสามารถช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง รวมไปถึงความยุ่งยากในการเตรียมเอกสารต่างๆ ซึ่งตรงจุดนี้เราพร้อมแก้ไขปัญหาให้ท่าน ด้วยทีมงานที่ชำนาญการโดยเฉพาะ

บริษัทฯ ยินดีเสนอบริการทางด้านภาษีอากรทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับกิจการ เพื่อให้เสียภาษีอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งเป็นการลดภาระของกิจการ ในการจัดเตรียมเอกสาร โดยจัดทำและยื่นแบบเสียภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจต่อกรมสรรพากร รายเดือน และรายปี

สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจเป็นเรื่องของการวางแผนภาษี การจัดทำบัญชี มากกว่า การดูแลให้ธุรกิจอยู่รอดในแต่ละปี ทำอย่างไรถึงจะมีงานตลอด ขายของได้ตลอด มียอดขายดี สิ่งที่ผู้ประกอบการ SME ต้องการมากกว่าแค่การทำบัญชีทั่วๆไป คือ “คำปรึกษา” ซึ่งทางบริษัท ควิกแอคเคาท์ติ้ง จำกัด เป็นมากกว่าสำนักงานบัญชี สิ่งที่เราให้ จะมีมูลค่ามากกว่าค่าบริการที่เราได้รับ เราให้ได้เพราะเราขาย “ประสบการณ์” ประสบการณ์ที่ผู้บริหารหลายท่านต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ แต่เรานำมาถ่ายทอดให้ท่านฟรี เพียงเพราะเราต้องการให้ธุรกิจของท่านเติบโต และดำเนินไปด้วยความราบรื่นด้วยดีตลอดไป
ปรึกษาการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เราดำเนินงานด้านยื่นภาษี รับจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัท อย่างมีระบบ และคำนึงถึงความถูกต้อง เราสามารถช่วยหาทางออกในการดำเนินธุรกิจของท่านให้ประสบความสำเร็จได้ โทร 083-622-5555

“ลดความเสี่ยง เลี่ยงการเดินทาง สร้างความมั่นใจ ใช้บริการผ่านออนไลน์”

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Button_Widget”][/siteorigin_widget]
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Button_Widget”][/siteorigin_widget]
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Headline_Widget”][/siteorigin_widget]
ค่าลดหย่อนและยกเว้นเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบในการคำนวณภาษีที่กฎหมายกำหนดให้นำไปหักออกจากเงินได้ได้อีกหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว โดยมีการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป สรุปได้ดังนี้

(1) กรณีบุคคลธรรมดา หรือผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
1. ผู้มีเงินได้ 60,000 บาท
2.คู่สมรส (ไม่มีเงินได้) 60,000 บาท
3. ผู้มีเงินได้หรือคู่สมรสต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ ไม่เกิน 120,000 บาท
4. บุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรม หักค่าลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท ต้องเข้าเงื่อนไข ดังนี้
– บุตรชอบด้วยกฎหมาย หักลดหย่อนได้ไม่จำกัดจำนวน
– บุตรบุญธรรม หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 คน
– กรณีมีบุตรชอบด้วยกฎหมายที่มีชีวิตอยู่จำนวนตั้งแต่ 3 คน จะนำบุตรบุญธรรมมาหักอีกไม่ได้
– กรณีมีบุตรชอบด้วยกฎหมายมีจำนวนไม่ถึง 3 คน ให้นำบุตรบุญธรรมมาหักได้รวมกับบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่รวมกันต้องไม่เกิน 3 คน
บุตรที่นำมาหักลดหย่อนต้องไม่มีเงินได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป และเข้าหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
– เป็นผู้เยาว์
– บุตรมีอายุไม่เกิน 25 ปี และกำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยหรืออุดมศึกษา
– เป็นผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถอันอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู
การนับจำนวนบุตรให้นับเฉพาะบุตรที่มีชีวิตอยู่ตามลำดับอายุสูงสุดของบุตร โดยนับรวมบัตรที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับการลดหย่อนด้วย
5. ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ โดยบิดามารดาต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ขอหักลดหย่อนไม่เกิน 30,000 บาท หักค่าลดหย่อน คนละ 30,000 บาท และสามารถหักลดหย่อนสำหรับบิดามารดาของคู่สมรสได้อีกคนละ 30,000 บาท
6. ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ หักค่าลดหย่อน คนละ 60,000 บาท
7. ค่าเบี้ยประกันชีวิต (กรมธรรม์อายุ 10 ปีขึ้นไป) ของผู้มีเงินได้หักค่าลดหย่อนและได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ หากคู่สมรสมีการประกันชีวิต และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อน สำหรับเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท แต่หากสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้
(ก) ถ้าความเป็นสามีภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้สามีและภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ซึ่งไม่เกินเงินได้พึงประเมินของแต่ละคนหลังจากหักค่าใช้จ่าย ตามมาตรา 42 ทวิ ถึง มาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว
(ข) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีและภริยาไม่ใช้สิทธิแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีตามมาตรา 57 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร ให้สามีและภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ซึ่งไม่เกินเงินได้พึงประเมินของแต่ละคนหลังจากหักค่าใช้จ่าย ตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว
(ค) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีและภริยาใช้สิทธิแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามี ตามมาตรา 57 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร ให้สามีและภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ซึ่งไม่เกินเงินได้พึงประเมินของแต่ละคนหลังจากหักค่าใช้จ่าย ตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว
8. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส หักค่าลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้ บิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรสต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เกิน 30,000 บาท
9. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่ได้จ่ายไปจริงในปีภาษี แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาทแต่ไม่เกิน 490,000 บาท ซึ่งไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างให้หักจากเงินได้
10. เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ได้รับยกเว้นเท่าที่จ่ายเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
11. ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ หักค่าลดหย่อนในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ที่นำมาเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี
ทั้งนี้ ต้องเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเมื่อผู้มีเงินได้อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปถึงอายุ 85 ปีหรือกว่านั้น และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
12. เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
13. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) หักค่าลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีนั้น แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมระยะยาวต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน แต่ไม่รวมถึงกรณีผู้มีเงินได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนรวมหุ้นระยะยาว เพราะทุพพลภาพหรือตาย
14. ดอกเบี้ยกู้ยืมที่จ่ายให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ หรือนายจ้าง สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืม หักค่าลดหย่อนตามจำนวนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
15. เงินสมทบประกันสังคม หักค่าลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง
16. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ หักค่าลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีกำหนดตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และเงินฝากที่จ่ายไว้กับธนาคารที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
17. เงินบริจาค
– เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษา หักลดหย่อนได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น
– เงินบริจาคสาธารณประโยชน์ หักลดหย่อนได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ได้แก่ เงินบริจาคให้แก่กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้น เงินบริจาคในการจัดหาหนังสือหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการอ่าน เงินบริจาคในการจัดให้คนพิการได้รับสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวก เงินบริจาคให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการกีฬา และเงินบริจาคเข้าโครงการฝึกอบรมอาชีพและการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดแก้ไข ฟื้นฟู และสงเคราะห์เด็กและเยาวชนของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนหรือศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม เงินบริจาคให้กองทุนพัฒนาสิ่งปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนเสริมงานวัฒนธรรม กองทุนเสริมศิลปะร่วมสมัย กองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุหรือกองทุนโบราณคดี และเงินบริจาคให้สถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนเอกชน (แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบ)
– เงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน ร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ต้องบริจาค ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2560 และระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม 2560 มติ ครม. เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ขยายระยะเวลาให้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560
– เงินบริจาคทั่วไป หักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น

เพิ่มเติม
ลดหย่อนตามมาตรการภาษีกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
1. ค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (บ้านหลังแรก) หักลดหย่อนสำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ฯ ที่มีมูลค่าไม่เกิน 3,000,000 บาท แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ฯ ที่เป็นอาคารพ้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุด ซึ่งได้จ่ายค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์และมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2558 – 31 ธันวาคม 2559 ทั้งนี้ ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเป็นเวลา 5 ปีต่อเนื่องกัน นับแต่ปีภาษีที่มีการาจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์โดยให้ใช้สิทธิจำนวนเท่า ๆ กันในแต่ละปี
2. ค่าซ่อมแซมบ้านและรถที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
2.1 ค่าซ่อมแซมบ้าน
ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ที่จ่าย ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 – 31 พฤษภาคม 2560 และระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 – 31 ธันวาคม 2560 หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยทรัพย์สินนั้นได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในช่วงระยะเวลาดังกล่าวและอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่เกิดอุทกภัย
2.2 ค่าซ่อมแซมรถ
ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถที่จ่าย ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 – 31 พฤษภาคม 2560 และระหว่างวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 – 31 ธันวาคม 2560 หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท โดยรถหรืออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถเสียหายจากการถูกน้ำท่วมเนื่องจากอุทกภัยในช่วงระยะเวลาดังกล่าวและอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่เกิดอุทกภัย และต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้เช่าซื้อรถ
3. ชอปช่วยชาติ หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท จากการซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและขอหลักฐานใบกำกับภาษีเต็มรูป ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560

ตารางแสดงรายการสินค้าและบริการที่สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนทางภาษี

(2) กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล หักค่าลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 120,000 บาท
1. เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษาและการกีฬา หักได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
2. เงินบริจาค หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

(3) กรณีกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง หักค่าลดหย่อนได้ 60,000 บาท
1. เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษาและการกีฬา หักได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของ เงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
2. เงินบริจาค หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

รับจดทะเบียนบริษัท ราคา 9,500 บาท

ราคารวม VAT7% ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมต่างๆแล้ว

รับจดทะเบียนบริษัท ราคาพิเศษ 9,500 บาท *** (ราคารวม VAT7%) ไม่มีจ่ายเพิ่ม
หมายเหตุ
*** ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท
หากทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท ติดต่อพนักงานเพื่อสอบถามรายละเอียด
*********************

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ
ฟรี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ฟรี ออกแบบตรายางให้ 3 แบบ
ฟรี ตรายางหมึกในตัว 1 อัน
ฟรี เอกสารสำหรับเปิดบัญชีธนาคาร
ฟรี แบบฟอร์มเอกสารทางบัญชี
ฟรี นามบัตรสำหรับออกใบกำกับภาษี
ฟรี คอร์สอบรมผู้ประกอบการใหม่ (มูลค่า 5,900 บาท)
ใบสำคัญจดทะเบียนพาณิชย์
หนังสือรับรองบริษัท
รายละเอียดวัตถุประสงค์บริษัท
รายงานการประชุมตั้งบริษัท
หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2)
รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (บอจ.3)
สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
ออกแบบเว็บไซต์ องค์กร/หน่วยงาน ราคาพิเศษ 5,000 บาท

*** สิทธิพิเศษมากมาย โปรดติดต่อ Line@ : @chonlatee เพื่อรับข้อเสนอ หรือสอบถาม โทร : 083-622-5555

[siteorigin_widget class=”WP_Widget_Tag_Cloud”][/siteorigin_widget]

จดทะเบียนพาณิชย์(ร้านค้า)ในร้านกาแฟ

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

“จัดทำบัญชี ฟรี  2 เดือน”

มาตรการ ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนบริษัทใหม่ ฮึดสู้!! สวนกระแสสถานการณ์ Covid-19 (โควิด-19)

โปรโมชั่นสุดคุ้มเพื่อช่วยผู้ประกอบการใหม่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยนับเดือนที่จดทะเบียนเป็นเดือนแรกและฟรีอีก 1 เดือน ถัดไป

รีบจดด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563

tel095-793-7000
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

จดทะเบียนพาณิชย์ (ร้านค้า) ในร้านกาแฟ

การจดทะเบียนธุรกิจ ประเภทต่างๆ ต้องเลือกให้เหมาะสมกับกิจการที่เราจะทำ จำเป็นจะต้องพิจารณาให้ละเอียด เพื่อการเริ่มต้นที่ดี ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง ความน่าเชื่อถือ รายได้ต่อปี ประเภทของลูกค้า ทุนจดทะเบียน จำนวนผู้ร่วมลงทุนกับเรา การระดมทุน ความคล่องตัวในการบริหาร ตลอดจนแผนการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต ที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมกับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic Community) หรือเรียกย่อๆว่า AEC ในปี 2558 โดยเราจะเตรียมตัวให้พร้อมการการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

หลังจากที่เราเลือกประเภทธุรกิจที่จะจดทะเบียนได้แล้ว ก็ต้องศึกษาและเตรียมเอกสาร ซึ่งการจดทะเบียน ก็มีความยากง่าย จำนวนเอกสาร และหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจดทะเบียน แตกต่างกันไป ถ้าเรามีเวลาก็สามารถไปดำเนินการด้วยตัวเองได้ แต่ไม่มีเวลาก็สามารถเลือกใช้บริการ จดทะเบียนกับ บริษัท ควิกแอคเคาท์ติ้ง จำกัด ซึ่งจะทำให้งานจดทะเบียนธุรกิจเป็นเรื่องง่าย เสร็จทันตามกำหนดในราคาที่เหมาะสม ซึ่งท่านอาจใช้เวลาไปทำหรือเตรียมงานด้านอื่นๆต่อไป

จดทะเบียนพาณิชย์(ร้านค้า) | จดทะเบียนบริษัท | จดห้างหุ้นส่วนจำกัด | จดมูลนิธิและสมาคม | ขอใบอนุญาตนำเที่ยว | ที่ปรึกษาทางธุรกิจ

ประโยชน์ของการจดทะเบียนพาณิชย์

เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประกอบการในระดับหนึ่ง โดยกรมฯ จะจัดทำเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องหมาย Registered) จัดส่งให้แก่ผู้ประกอบการ (ส่งทางe-Mail ในรูปแบบ Source Code) เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปแสดงไว้บน Web Site หรือ Home Page เพื่อแสดงว่า ได้จดทะเบียนสำนักงานเขตแล้ว เมื่อผู้บริโภค (ผู้ซื้อ) เห็นเครื่องหมาย Registered แล้ว จะเกิดความมั่นใจในการทำธุรกรรมเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อ click ที่เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจะเชื่อมโยงมายังฐานข้อมูลกรมฯ และแสดงข้อมูลทางทะเบียนของผู้ประกอบการ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและการมีตัวตนของผู้ประกอบการได้

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Button_Widget”][/siteorigin_widget]
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Button_Widget”][/siteorigin_widget]

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนพาณิชย์

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของผู้ประกอบการ

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของผู้ประกอบการ

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

สำเนาบัตรประชาชน + ทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน (ของสถานที่ประกอบกิจการ)

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

ลูกค้าเพียงเตรียมเอกสารทางบริษัทจะดำเนินการให้ทุกอย่าง

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

ระยะเวลาดำเนินการ 1 วัน (หลังจากได้รับเอกสาร)

จดทะเบียนพาณิชย์ (ร้านค้า) วันนี้!!

Tel : 083-622-5555
Line : @chonlatee

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

จดทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน ทำบัญชีและปิดงบการเงิน ขอใบอนุญาตนำเที่ยว ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ที่ปรึกษาทางธุรกิจ


ขั้นตอนการจดทะเบียนพาณิชย์ (บุคคลธรรมดา)

  • ผู้ประกอบการกรอกรายการตามแบบ ทพ. และยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่
  • เจ้าหน้าที่ /นายทะเบียนตรวจคำขอ และหลักฐานต่างๆ
  • ผู้ประกอบการรับใบสำคัญทะเบียนพาณิชย์และชำระค่าธรรมเนียม

จดทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนบริษัท
ง่ายนิดเดียว โทรหาเรา คลิ๊กเลย!!

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Button_Widget”][/siteorigin_widget]
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Button_Widget”][/siteorigin_widget]

กรณีตรวจพบผู้ประกอบพาณิชยกิจที่ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เริ่มประกอบพาณิชยกิจ ให้กล่าวโทษร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากยังไม่จดทะเบียนให้ถูกต้องอันเป็นความผิดต่อเนื่อง ให้ปรับอีก วันละไม่เกิน 100 บาท ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ.2499

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

โปรโมชั่น สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่

พิเศษ !!! สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่

ส่วนลดพิเศษ!! จัดทำเว็บไซต์จาก
ปกติ 12,000 บาท เหลือเพียง 3,500 บาท
ฟรี !!! ระบบอีเมล์ภายใต้ชื่อโดเมนเนม

computers

โปรโมชั่น ลูกค้าจดทะเบียนใหม่และทำบัญชี

พิเศษ !!!  ลูกค้าจดทะเบียนใหม่และทำบัญชี

  • ฟรี เว็บไซต์ สำหรับบริษัทพร้อมแนะนำการทำตลาดออนไลน์
  • ฟรี ออกแบบโลโก้บรษัท
  • ฟรี รูปแบบใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงินและเอกสารสำคัญอื่นๆ
  • ฟรี ขึ้นทะเบียน ระบบ E-FILING เพื่อใช้นำส่งงบการเงินกับกระทรวงพาณิชย์
  • ฟรี จดทะเบียน ภ.อ.01 เพื่อใช้ยื่นภาษีผ่าระบบออนไลน์
  • ฟรี จัดเตรียมเอกสารขึ้นทะเบียน E-GP (ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ)
  • ฟรี ที่ปรึกษาด้านการตลาดและบริหารธุรกิจ
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

ประมูลงาน ยื่นซองเสนอราคา เสนองานบริษัท…ต้องรีบจดทะเบียนนิติบุคคล

รับทำงาน…………..แบบนี้จะจดเป็นอะไรดี

ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ร้านค้าจดทะเบียนบริษัทที่ไหน? จดบริษัทจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? จดบริษัทต้องใช้ผู้ก่อตั้งกี่คน? จดบริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่? ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร บริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? บริษัทจดคนเดียวได้ไหม? บริษัทสามารถใส่วัตถุประสงค์ได้กี่ข้อ? จะรับงานราชการต้องจดทะเบียนแบบไหน? บริษัทจะต้องขึ้นประกันสังคมหรือไม่? ต้องมีลูกจ้างกี่คนถึงจะขึ้นประกันสังคม? จะเริ่มทำบัญชียังไง? ลูกค้าให้จดเป็นนิติบุคคล จะจดแบบไหนดี? มีชาวต่างชาติถือหุ้นด้วยจะจดบริษัทได้ไหม? การตั้งชื่อบริษัทควรจะตั้งอย่างไร? ถ้าเปิดบริษัทแต่ยังไม่มีรายได้ต้องเสียค่าทำบัญชีไหม ต้องปิดงบการเงินหรือไม่? ถ้ามีชื่อในบริษัทอื่นแล้ว จะตั้งบริษัทใหม่ได้ไหม? ทำบิล ทำใบกำกับภาษี ไม่เป็น จะทำยังไง? กรรมการบริษัท คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร? ผู้ถือหุ้น คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร ? จะเปิดบัญชีกับธนาคาร ในนามบริษัทต้องทำอย่างไร? ที่ตั้งบริษัท ใช้บ้านที่ต่างจังหวัดได้หรือไม่?
950x200_free-consultation

ความคิดริเริ่มประกอบธุรกิจส่วนตัวเพื่อเตรียมจดทะเบียนบริษัท

สำหรับใครหลายๆคนที่กำลัง มีความคิดที่จะประกอบธุรกิจส่วนตัว ด้วยเนื่องอาจมีเหตุผล เช่น มีเพื่อนเป็นจัดซื้อมีคนรู้จักที่จะคอยหยิบยื่นงาน ออกมาให้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีโดยที่เราไม่ได้นับการเริ่มต้นทำธุรกิจ จาก 0 อาจจะเริ่มนับ ที่ 2,3,4,5 เลย แต่อย่าลืมว่าเราเองก็ต้องรู้จักการหาลูกค้าได้ด้วยตัวเอง เพราะสักวัน เราอาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนหรือคนรู้จักแต่เราจะต้องยืนได้ด้วยความสามารถของเรานะครับ การที่จะมีบริษัท การจดทะเบียนบริษัท นั้นไม่ใช้เรื่องยาก…อ่านต่อ

รับจดทะเบียนบริษัท

240x150_reservation_name_dbdสำหรับบริการจดทะเบียนบริษัท เป็นอะไรที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของระยะเวลาและสถานที่ บางท่านอาจจะไม่สะดวกทั้งเวลาและสถานที่ทำให้ธุรกิจของท่านอาจเสียโอกาศทางธุรกิจก็เป็นได้ ดังนั้นเราจึงเล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้ ทางบริษัทจึงมีความยินดีที่จะเสนอ บริการ ต่างๆ เข้ามาเพื่อแบ่งเบาภาระ ขั้นตอนการทำงาน ช่วยประหยัดเวลาอันมีค่า อีกทั้งเพื่อความถูกต้อง ตรงเวลา ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีบริการ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งตลอดจนลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงตลอดไป

ด่วน! ศบค.ไฟเขียวผ่อนปรน 6 ประเภทกิจการ-กิจกรรม เริ่ม 3 พ.ค. พร้อมกันทั่วประเทศ

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

“จัดทำบัญชี ฟรี  2 เดือน”

มาตรการ ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนบริษัทใหม่ ฮึดสู้!! สวนกระแสสถานการณ์ Covid-19 (โควิด-19)

โปรโมชั่นสุดคุ้มเพื่อช่วยผู้ประกอบการใหม่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยนับเดือนที่จดทะเบียนเป็นเดือนแรกและฟรีอีก 1 เดือน ถัดไป

รีบจดด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563

tel095-793-7000
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]
  • โฆษก ศบค.แถลง ไทยป่วยโควิด-19 เพิ่ม 7 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่มอีกวัน

ต่อมา นพ.ทวีศิลป์ แถลงถึงมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมที่ ศบค. มีมติ ซึ่งประกอบด้วย

1. ตลาด

ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย

2. ร้านจำหน่ายอาหาร

  • ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้าง)
  • ร้านอาหารริมทาง
  • รถเข็น หาบเร่

3. กิจการค้าปลีก-ค้าส่ง

  • ซูเปอร์มาร์เก็ต
  • ร้านสะดวกซื้อ บริเวณพื้นที่นั่ง/ยืน รับประทานอาหาร
  • รถเร่หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค
  • ร้านค้าปลีกขนาดย่อม/ร้านค้าปลีกชุมชน
  • ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม

4. กีฬา สันทนาการ

  • กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดิน รำไทเก๊ก
  • สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกาย โดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟและสนามซ้อม

5. ร้านตัดผม เสริมสวย

ร้านตัดผม เฉพาะตัด สระ ไดร์ผม

6. อื่นๆ

  • ร้านตัดขนสัตว์
  • ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]
  • อย่างไรก็ตาม โฆษก ศบค. ย้ำว่า ศบค.จะออกข้อกำหนดการผ่อนปรนสถานที่ดังกล่าวให้เป็นมาตรฐานกลาง แล้วจากนั้นให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดนำไปประกาศใช้อีกครั้งหนึ่ง โดยแต่ละจังหวัดสามารถใช้มาตรการที่เข้มข้นกว่าที่ ศบค. กำหนดได้ แต่ไม่สามารถใช้มาตรการที่อ่อนหรือเข้มข้นน้อยกว่าที่ ศบค. กำหนดทั้งนี้ หลังจากผ่อนปรนการเปิดกิจการและกิจกรรมดังกล่าวไปแล้ว จะมีการติดตามประเมินผลในอีก 14 วันข้างหน้าว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นอย่างไร หากตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นอาจมีการพิจารณาในมาตรการที่ผ่อนปรนไปอีกครั้ง

 

Credit. sanook.com

รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดา
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

โปรโมชั่น สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่

พิเศษ !!! สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่

ส่วนลดพิเศษ!! จัดทำเว็บไซต์จาก
ปกติ 12,000 บาท เหลือเพียง 3,500 บาท
ฟรี !!! ระบบอีเมล์ภายใต้ชื่อโดเมนเนม

computers

โปรโมชั่น ลูกค้าจดทะเบียนใหม่และทำบัญชี

พิเศษ !!!  ลูกค้าจดทะเบียนใหม่และทำบัญชี

  • ฟรี เว็บไซต์ สำหรับบริษัทพร้อมแนะนำการทำตลาดออนไลน์
  • ฟรี ออกแบบโลโก้บรษัท
  • ฟรี รูปแบบใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงินและเอกสารสำคัญอื่นๆ
  • ฟรี ขึ้นทะเบียน ระบบ E-FILING เพื่อใช้นำส่งงบการเงินกับกระทรวงพาณิชย์
  • ฟรี จดทะเบียน ภ.อ.01 เพื่อใช้ยื่นภาษีผ่าระบบออนไลน์
  • ฟรี จัดเตรียมเอกสารขึ้นทะเบียน E-GP (ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ)
  • ฟรี ที่ปรึกษาด้านการตลาดและบริหารธุรกิจ
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

ประมูลงาน ยื่นซองเสนอราคา เสนองานบริษัท…ต้องรีบจดทะเบียนนิติบุคคล

รับทำงาน…………..แบบนี้จะจดเป็นอะไรดี

ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ร้านค้าจดทะเบียนบริษัทที่ไหน? จดบริษัทจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? จดบริษัทต้องใช้ผู้ก่อตั้งกี่คน? จดบริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่? ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร บริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? บริษัทจดคนเดียวได้ไหม? บริษัทสามารถใส่วัตถุประสงค์ได้กี่ข้อ? จะรับงานราชการต้องจดทะเบียนแบบไหน? บริษัทจะต้องขึ้นประกันสังคมหรือไม่? ต้องมีลูกจ้างกี่คนถึงจะขึ้นประกันสังคม? จะเริ่มทำบัญชียังไง? ลูกค้าให้จดเป็นนิติบุคคล จะจดแบบไหนดี? มีชาวต่างชาติถือหุ้นด้วยจะจดบริษัทได้ไหม? การตั้งชื่อบริษัทควรจะตั้งอย่างไร? ถ้าเปิดบริษัทแต่ยังไม่มีรายได้ต้องเสียค่าทำบัญชีไหม ต้องปิดงบการเงินหรือไม่? ถ้ามีชื่อในบริษัทอื่นแล้ว จะตั้งบริษัทใหม่ได้ไหม? ทำบิล ทำใบกำกับภาษี ไม่เป็น จะทำยังไง? กรรมการบริษัท คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร? ผู้ถือหุ้น คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร ? จะเปิดบัญชีกับธนาคาร ในนามบริษัทต้องทำอย่างไร? ที่ตั้งบริษัท ใช้บ้านที่ต่างจังหวัดได้หรือไม่?
950x200_free-consultation

ความคิดริเริ่มประกอบธุรกิจส่วนตัวเพื่อเตรียมจดทะเบียนบริษัท

สำหรับใครหลายๆคนที่กำลัง มีความคิดที่จะประกอบธุรกิจส่วนตัว ด้วยเนื่องอาจมีเหตุผล เช่น มีเพื่อนเป็นจัดซื้อมีคนรู้จักที่จะคอยหยิบยื่นงาน ออกมาให้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีโดยที่เราไม่ได้นับการเริ่มต้นทำธุรกิจ จาก 0 อาจจะเริ่มนับ ที่ 2,3,4,5 เลย แต่อย่าลืมว่าเราเองก็ต้องรู้จักการหาลูกค้าได้ด้วยตัวเอง เพราะสักวัน เราอาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนหรือคนรู้จักแต่เราจะต้องยืนได้ด้วยความสามารถของเรานะครับ การที่จะมีบริษัท การจดทะเบียนบริษัท นั้นไม่ใช้เรื่องยาก…อ่านต่อ

รับจดทะเบียนบริษัท

240x150_reservation_name_dbdสำหรับบริการจดทะเบียนบริษัท เป็นอะไรที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของระยะเวลาและสถานที่ บางท่านอาจจะไม่สะดวกทั้งเวลาและสถานที่ทำให้ธุรกิจของท่านอาจเสียโอกาศทางธุรกิจก็เป็นได้ ดังนั้นเราจึงเล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้ ทางบริษัทจึงมีความยินดีที่จะเสนอ บริการ ต่างๆ เข้ามาเพื่อแบ่งเบาภาระ ขั้นตอนการทำงาน ช่วยประหยัดเวลาอันมีค่า อีกทั้งเพื่อความถูกต้อง ตรงเวลา ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีบริการ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งตลอดจนลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงตลอดไป

3000 จ้างบัญชีได้ทั้งทีม

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

“จัดทำบัญชี ฟรี  2 เดือน”

มาตรการ ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนบริษัทใหม่ ฮึดสู้!! สวนกระแสสถานการณ์ Covid-19 (โควิด-19)

โปรโมชั่นสุดคุ้มเพื่อช่วยผู้ประกอบการใหม่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยนับเดือนที่จดทะเบียนเป็นเดือนแรกและฟรีอีก 1 เดือน ถัดไป

รีบจดด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563

tel095-793-7000

จะจ่ายแพงกว่าไปทำไม?

“ประหยัดเงินจ้างพนักงานบัญชีได้ถึง 140,000 บาทต่อปี !!”

โดยปกติหากองค์กรหรือบริษัทจะจ้างพนักงานบัญชี 1 คน โดยพื้นฐานเงินเดือนประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายรวมทั้งปีจะประมาณ 180,000 บาทต่อปี!! และอาจจะมากกว่านี้หากรับพนักงานที่มีฐานเงินเดือนสูงเข้ามา โดยส่วนมากพนักงานใหม่ไม่ว่าใครก็ตาม จะมีวุฒิสูงเพียงใดก็ต้องใช้เวลาในการศึกษางาน สร้างความชำนาญในการจัดการกระบวนการตามองค์กรนั้นๆ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นทรัยากรที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายทั้งนั้น งานที่ได้อาจไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

และเมื่อเวลาผ่านไปหากพนักงานบัญชียังไม่สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ ก็อาจจะต้องหาคนใหม่มาแทนเจ้าของกิจการต้องเสียทั้งเวลาและเงินเดือนไป โดยที่ไม่สามารถเกิดประโยชน์ได้เต็มที่ ทั้งยังต้องเสียเวลากับกระบวนการแบบเดิมเมื่อรับพนักงานใหม่เข้ามา

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]
“การจ้างมืออาชีพคือคำตอบ”

ใช้บริการของเรา Chonlatee ทีมงานทำบัญชีมืออาชีพ โปรโมชั่นจัดเต็ม!! ไม่เพียงงานบัญชีเท่านั้น งานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่างๆ เราก็พร้อมมอบให้ ด้วยประสบการณ์ด้านงานบัญชี เรามีทีมที่มีคำตอบสำหรับทุกคำถามของคุณ เชื่อถือได้เพราะเราทำมาอย่างยาวนาน ตรงไปตรงมาทุกเงื่อนไขสามารถสอบถามได้ งานมีคุณภาพ ราคายุติธรรมเมื่อเทียบกับงานที่จะได้จากที่อื่น มีสัญญาการจ้างงานชัดเจนขอบเขตการทำงานมีหลากหลายอยู่ที่ความต้องการ ไม่ทิ้งงานเพราะเราจะโตไปด้วยกัน ปรึกษาได้ตลอดที่มีปัญหา
สอบถามรายละเอียดโทร. 083-622-5555 Line : @chonlatee

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]
รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดา
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

โปรโมชั่น สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่

พิเศษ !!! สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่

ส่วนลดพิเศษ!! จัดทำเว็บไซต์จาก
ปกติ 12,000 บาท เหลือเพียง 3,500 บาท
ฟรี !!! ระบบอีเมล์ภายใต้ชื่อโดเมนเนม

computers

โปรโมชั่น ลูกค้าจดทะเบียนใหม่และทำบัญชี

พิเศษ !!!  ลูกค้าจดทะเบียนใหม่และทำบัญชี

  • ฟรี เว็บไซต์ สำหรับบริษัทพร้อมแนะนำการทำตลาดออนไลน์
  • ฟรี ออกแบบโลโก้บรษัท
  • ฟรี รูปแบบใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงินและเอกสารสำคัญอื่นๆ
  • ฟรี ขึ้นทะเบียน ระบบ E-FILING เพื่อใช้นำส่งงบการเงินกับกระทรวงพาณิชย์
  • ฟรี จดทะเบียน ภ.อ.01 เพื่อใช้ยื่นภาษีผ่าระบบออนไลน์
  • ฟรี จัดเตรียมเอกสารขึ้นทะเบียน E-GP (ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ)
  • ฟรี ที่ปรึกษาด้านการตลาดและบริหารธุรกิจ
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

ประมูลงาน ยื่นซองเสนอราคา เสนองานบริษัท…ต้องรีบจดทะเบียนนิติบุคคล

รับทำงาน…………..แบบนี้จะจดเป็นอะไรดี

ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ร้านค้าจดทะเบียนบริษัทที่ไหน? จดบริษัทจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? จดบริษัทต้องใช้ผู้ก่อตั้งกี่คน? จดบริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่? ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร บริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? บริษัทจดคนเดียวได้ไหม? บริษัทสามารถใส่วัตถุประสงค์ได้กี่ข้อ? จะรับงานราชการต้องจดทะเบียนแบบไหน? บริษัทจะต้องขึ้นประกันสังคมหรือไม่? ต้องมีลูกจ้างกี่คนถึงจะขึ้นประกันสังคม? จะเริ่มทำบัญชียังไง? ลูกค้าให้จดเป็นนิติบุคคล จะจดแบบไหนดี? มีชาวต่างชาติถือหุ้นด้วยจะจดบริษัทได้ไหม? การตั้งชื่อบริษัทควรจะตั้งอย่างไร? ถ้าเปิดบริษัทแต่ยังไม่มีรายได้ต้องเสียค่าทำบัญชีไหม ต้องปิดงบการเงินหรือไม่? ถ้ามีชื่อในบริษัทอื่นแล้ว จะตั้งบริษัทใหม่ได้ไหม? ทำบิล ทำใบกำกับภาษี ไม่เป็น จะทำยังไง? กรรมการบริษัท คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร? ผู้ถือหุ้น คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร ? จะเปิดบัญชีกับธนาคาร ในนามบริษัทต้องทำอย่างไร? ที่ตั้งบริษัท ใช้บ้านที่ต่างจังหวัดได้หรือไม่?
950x200_free-consultation

ความคิดริเริ่มประกอบธุรกิจส่วนตัวเพื่อเตรียมจดทะเบียนบริษัท

สำหรับใครหลายๆคนที่กำลัง มีความคิดที่จะประกอบธุรกิจส่วนตัว ด้วยเนื่องอาจมีเหตุผล เช่น มีเพื่อนเป็นจัดซื้อมีคนรู้จักที่จะคอยหยิบยื่นงาน ออกมาให้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีโดยที่เราไม่ได้นับการเริ่มต้นทำธุรกิจ จาก 0 อาจจะเริ่มนับ ที่ 2,3,4,5 เลย แต่อย่าลืมว่าเราเองก็ต้องรู้จักการหาลูกค้าได้ด้วยตัวเอง เพราะสักวัน เราอาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนหรือคนรู้จักแต่เราจะต้องยืนได้ด้วยความสามารถของเรานะครับ การที่จะมีบริษัท การจดทะเบียนบริษัท นั้นไม่ใช้เรื่องยาก…อ่านต่อ

รับจดทะเบียนบริษัท

240x150_reservation_name_dbdสำหรับบริการจดทะเบียนบริษัท เป็นอะไรที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของระยะเวลาและสถานที่ บางท่านอาจจะไม่สะดวกทั้งเวลาและสถานที่ทำให้ธุรกิจของท่านอาจเสียโอกาศทางธุรกิจก็เป็นได้ ดังนั้นเราจึงเล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้ ทางบริษัทจึงมีความยินดีที่จะเสนอ บริการ ต่างๆ เข้ามาเพื่อแบ่งเบาภาระ ขั้นตอนการทำงาน ช่วยประหยัดเวลาอันมีค่า อีกทั้งเพื่อความถูกต้อง ตรงเวลา ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีบริการ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งตลอดจนลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงตลอดไป

แพ็กเกจจดทะเบียนบริษัท

ติดต่อจดทะเบียนบริษัท
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Headline_Widget”][/siteorigin_widget]
แพ็กเกจรับจดทะเบียนบริษัท

ให้บริการด้านการจัดตั้งธุรกิจ รับจดทะเบียนบริษัท รับเป็นที่ปรึกษาด้านบัญชี ภาษี ตรวจสอบภายใน ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์พร้อมด้วยบริการอย่างมีประสิทธิภาพ ราคาเป็นธรรมและซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโต อย่างต่อเนื่อง การสร้างธุรกิจเพื่อรองรับกับเศณษฐกิจโลกจึงมีความสำคัญ

บริการด้าน รับจดทะเบียนบริษัท งานบัญชี ครบวงจร ก่อตั้งขึ้นจากมืออาชีพที่มีประสบการณ์ทางด้าน รับจดทะเบียนบริษัท ที่ยาวนาน โดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายท่าน มุ่งเน้นการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาพร้อมทั้งให้ข้อมูลกฎหมายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าของเรา ทำให้เราได้รับการยอมรับให้เป็นผู้จัดตั้งบริษัท และดูแลบัญชีให้บริษัทและองค์กรต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

ปรึกษาเรื่องการจัดตั้งบริษัท จดทะเบียนบริษัท ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เราดำเนินงานด้าน รับจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัท อย่างมีระบบ และคำนึงถึงความถูกต้อง เราสามารถช่วยหาทางออกในการดำเนินธุรกิจของท่านให้ประสบความสำเร็จได้ โทร 083-622-5555

แพ็กเกจรับจดทะเบียนบริษัท

เอกสารที่ต้องเตรียม

1.ขั้นตอนการจองชื่อ

  • รูปถ่ายบัตรประชาชนกรรมการ 1 ท่าน
  • ชื่อบริษัทที่ต้องการ ไทย/Eng 3 ชื่อ
  • ชื่อ เบอร์โทร อีเมล ไลน์ไอดี ช่องทางติดต่อ

2.ขั้นตอนการเตรียมข้อมูลจดทะเบียน

  • สำเนาบัตรประชาชนของหุ้นส่วน 3 ท่าน
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งบริษัทหน้าแรก
  • ข้อมูลกรรมการพร้อมเบอร์และอีเมล
  • อำนาจกรรมการ
  • ข้อมูลการถือหุ้น
  • ข้อมูลวัตถุประสงค์กิจการ
  • แผนที่ตั้งบริษัท
  • ทำตราประทับบริษัท

3.ขั้นตอนการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • ทำป้ายบริษัท
  • รูปถ่ายติดป้ายกิจการ 4 รูป ภายนอก 2 รูป ภายใน 2 รูป
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่หรือสัญญาเช่า
  • สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน
  • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าบ้าน
  • บัตรประชาชนกรรมการตัวจริง

(กรณีจดแบบเร่งด่วน)

**เอกสารถ่ายรูปมาทางไลน์ได้เลย ตัวจริงจะรับเมื่อวันนำชุดจดทะเบียนไปให้เซ็น

เอกสารที่จะได้รับ
  1. ใบสำคัญจดทะเบียนพาณิชย์ (ตัวจริง)
  2. หนังสือรับรองบริษัท (ตัวจริง)
  3. รายละเอียดวัตถุประสงค์ (ตัวจริง)
  4. หนังสือรับรองตราประทับ (บอจ.3)
  5. หนังสือบริคณธ์สนธิ (2 หน้า)
  6. รายงานประชุมจัดตั้งบริษัท (2 หน้า)
  7. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  8. ภพ.01, ภพ.01.1, ภพ.20 (สรรพากรจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์) กรณีใช้บริการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Headline_Widget”][/siteorigin_widget]
แพ็กเกจรับจดทะเบียนบริษัท
การจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

ข้อมูลที่ต้องใช้

ในการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ผู้ขอจดทะเบียนบริษัทจะต้องเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้ เพื่อกรอกในคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบการจดทะเบียนบริษัท
1. ชื่อของบริษัท
2. ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ( ตั้งอยู่ ณ จังหวัดใด )
3. วัตถุประสงค์ของบริษัท
4. ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น
5. ชื่อ ที่อยู่ อายุ อาชีพ จำนวนหุ้นของผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัทซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
6. ชื่อ ที่อยู่ อายุ สัญชาติ ของพยาน 2 คน
7. อากรแสตมป์ 200 บาท

การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน

การลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ ผู้เริ่มก่อการทุกคนจะต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง โดยเฉพาะผู้เริ่มก่อการซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียน จะต้องมาลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนพร้อมแสดงบัตรประจำตัว หรือลงลายมือชื่อต่อหน้าพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในท้องถิ่นที่ผู้ลงลายมือชื่อมีภูมิลำเนา หรือสามัญสมาชิกหรือวิสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภาก็ได้

ซึ่งรายละเอียดดังกล่าว ทางบริษัท ชลธี บิสซิเนส กรุ๊ป จำกัด จะเป็นผู้ดำเนินการแทนท่าน เพียงแต่ท่านจะต้องเตรียมการข้อมูลดังต่อไปนี้ มายังทางบริษัทฯ

1.คิดชื่อเพื่อทำการจองชื่อนิติบุคคล ให้คิดเผื่อไว้ 2-3 ชื่อ กันชื่อซ้ำ ทั้งภาษาไทย และ English เว้นวรรคตามต้องการ เช่น ควิกแอคเคาท์ติ้ง/Quick Accounting หรือ ชลธี การบัญชี/Chonlatee Accounting พร้อมทั้งข้อมูลบนบัตรประชาชน อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ของผู้จอง ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ทราบผลการจอง (กรณีให้บริษัทฯจองให้

2.หลังจากที่จองชื่อนิติบุคคลได้แล้ว ก็ต้องเตรียมเอกสาร และข้อมูลบริษัท เช่น วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน มูลค่าหุ้น

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้เริ่มก่อตั้ง อย่างน้อย 3 ท่าน (สำเนาต้องดูแล้วชัดเจน)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน ของสถานที่จัดตั้งบริษัท พร้อมแผนที่ตั้ง (สำนักงานใหญ่)
  • แบบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคล

3.ข้อมูลบริษัท (เพื่อใช้จัดเตรียมแบบจดทะเบียนบริษัท ใช้เวลา 1 ชั่วโมง กรณีให้บริษัทฯจัดทำ)

  • ผู้มีอำนาจลงนาม เช่น นาย ก และ นาย ข ลงนามพร้อมประทับตราสำคัญบริษัท
  • วัตถุประสงค์ บริษัท เช่น ประกอบกิจการ รับทำบัญชี วางระบบบัญชี ตรวจสอบบัญชี (ใส่ได้ไม่จำกัด)
  • การกำหนดมูลค่าหุ้นของบริษัท ต้องแบ่งเป็นหุ้น หุ้นละเท่าๆกัน เช่น ทุน1 ล้าน กำหนดหุ้นละ100บาท บริษัทจะมีหุ้นทั้งหมด 10,000 หุ้น

4.นำแบบจดทะเบียนบริษัทไปจดที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมีบริการอยู่ 8 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 1 วัน

สถานที่ยื่นขอจดทะเบียน

สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง รับผิดชอบการปฏิบัติงานการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดต่างๆทั่วราชอาณาจักรได้แก่

1. สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันได้แบ่งความรับผิดชอบเป็น 6 เขตพื้นที่ได้แก่

1.1 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 1 ( มหาราช ) ตั้งอยู่ที่ ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 ( ใกล้ สน.พระราชวัง )
โทรศัพท์ 6220569-70,6220572, 6220578-82 โทรสาร 6220573
เขตรับผิดชอบ : พระนคร , ป้อมปราบ , สัมพันธวงศ์ , บางรัก , บางพลัด , บางกอกน้อย , บางกอกใหญ่ , ตลิ่งชัน , ทวีวัฒนา

1.2 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 2 ( พหลโยธิน ) ตั้งอยู่ที่อาคารเลขที่ 78/1 ถนนพราม 6 ( สี่แยกประดิพัทธ์ ) เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 6183340-41 โทรสาร 6183343-44
เขตรับผิดชอบ : ดุสิต , บางซื่อ , ปทุมวัน , พญาไท , ราชเทวี

1.3 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 3 ( รัชดาภิเษก ) ตั้งอยู่ที่ อาคารปรีชาคอมเพล็กซ์ ( ซี 2 ) ชั้น 1-2 ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 ( เยื้อง สน.สุทธิสาร )
โทรศัพท์ 2767254 , 2767266 โทรสาร 2767263
เขตรับผิดชอบ : ห้วยขวาง , ดินแดง , จตุจักร , ลาดพร้าว

1.4 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 4 ( กรุงธนบุรี ) ตั้งอยู่ที่ อาคารธนธร ชั้น 2-3 ถนนกรุงธนบุรี เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600 (เชิงสะพานสาธรด้านซ้าย ใกล้อาคารสินสาธรทาวเวอร์)
เขตรับผิดชอบ : คลองสาน , ธนบุรี , ทุ่งครุ , ราชบูรณะ , หนองแขม , บางแค , ภาษีเจริญ , จอมทอง , บางบอน , บางขุนเทียน , บางคอแหลม , ยานนาวา , สาธร

1.5 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 5 ( รามคำแหง ) ตั้งอยู่ที่ อาคารปรีชาคอมเพล็กซ์ ( ซี 2 ) ชั้น 5-6 ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 ( เยื้อง สน.สุทธิสาร )
โทรศัพท์ 2767255 , 2767269 โทรสาร 2767258,2767268
เขตรับผิดชอบ : บึงกุ่ม , บางกะปิ , ลาดกระบัง , สะพานสูง , วังทองหลาง , หนองจอก , คันนายาว

1.6 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 6 ( ศรีนครินทร์ ) ตั้งอยู่ที่ อาคารโมเดอร์นฟอร์ม ชั้น 16 ถนนศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์ 7228366-67 โทรสาร 7228369
เขตรับผิดชอบ : สวนหลวง , ประเวศ , วัฒนา , บางนา , พระโขนง , คลองเตย

1.7 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 7 ( แจ้งวัฒนะ ) ตั้งอยู่ที่ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B

1.8 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 8 ตั้งอยู่ที่ อาคารกรมทะเบียนการค้า ชั้น 10 ถนนสนามบินน้ำ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์ 5474423-4 โทรสาร 5474441
รับผิดชอบ : การจดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด ธุรกิจธนาคาร เครดิตฟองซิเอร์ เงินทุนหลักทรัพย์ ประกันภัย ไซโล ห้องเย็น คลังสินค้า

2. สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัด ตั้งอยู่ที่ สำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัด หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด รับผิดชอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตปฏิบัติงานของจังหวัดนั้นๆ
ข้อสังเกต สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่จังหวัดใด ให้ยื่นขอจดทะเบียน ณ จังหวัดนั้น

รับจดทะเบียนบริษัท
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

พิเศษ !!! สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่ ปี 2563

ส่วนลดพิเศษ!! จัดทำเว็บไซต์จาก
ปกติ 12,000 บาท เหลือเพียง 5,000 บาท
ฟรี !!! ระบบอีเมล์ภายใต้ชื่อโดเมนเนม

พิเศษ !!!  ลูกค้าจดทะเบียนใหม่ปี2563 และทำบัญชีปี2563

  • ฟรี เว็บไซต์ สำหรับบริษัทพร้อมแนะนำการทำตลาดออนไลน์
  • ฟรี ออกแบบโลโก้บรษัท
  • ฟรี รูปแบบใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงินและเอกสารสำคัญอื่นๆ
  • ฟรี ขึ้นทะเบียน ระบบ E-FILING เพื่อใช้นำส่งงบการเงินกับกระทรวงพาณิชย์
  • ฟรี จดทะเบียน ภ.อ.01 เพื่อใช้ยื่นภาษีผ่าระบบออนไลน์
  • ฟรี จัดเตรียมเอกสารขึ้นทะเบียน E-GP (ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ)
  • ฟรี ที่ปรึกษาด้านการตลาดและบริหารธุรกิจ
รับจดทะเบียนบริษัท

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

“จัดทำบัญชี ฟรี  2 เดือน”

มาตรการ ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนบริษัทใหม่ ฮึดสู้!! สวนกระแสสถานการณ์ Covid-19 (โควิด-19)

โปรโมชั่นสุดคุ้มเพื่อช่วยผู้ประกอบการใหม่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยนับเดือนที่จดทะเบียนเป็นเดือนแรกและฟรีอีก 1 เดือน ถัดไป

รีบจดด่วน!! ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563

tel095-793-7000

เช็คลิสต์มาตรการ "แบงก์พาณิชย์-รัฐ" ช่วยเหลือลูกหนี้ เจอผลกระทบไวรัสโควิด-19

“ธนาคารพาณิชย์และธนาคารรัฐ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบภาคธุรกิจในวงกว้าง โดยลดผ่อนชำระให้กับลูกหนี้และบางแห่งเพิ่มวงเงินหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบ”

แต่ละธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือแตกต่างกัน มีรายละเอียดดังนี้

ธ.กรุงเทพ

  • ลูกหนี้ธุรกิจ

– สินเชื่อเดิมที่มีกับธนาคาร พักชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือนให้สินเชื่อเพิ่ม
– ลูกหนี้ SMEs ให้สินเชื่อประเภท PN ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และสามารถต่ออายุได้โดยมีระยะเวลารวมกันทั้งสิ้นไม่เกิน 1 ปี วงเงินให้ความช่วยเหลือสูงสุด 20 ล้านบาท
– สำหรับลูกหนี้รายใหญ่พิจารณาสินเชื่อเพิ่มตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี

  • ลูกหนี้รายย่อย (สินเชื่อบัตรเครดิต)

– ผ่อนผันลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติร้อยละ 50
– ผ่อนผันลดจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องชำระเหลือไม่เกินร้อยละ 10
– ผ่อนผันยกเว้นดอกเบี้ยจากหนี้ที่ค้างชำระ

  • สินเชื่อรายย่อยอื่นๆ (สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อบุคคล)

– พิจารณาผ่อนปรนการชำระหนี้เป็นรายกรณี


​ธ.กสิกรไทย

  • ลูกค้าธุรกิจ

– สินเชื่อเพื่อธุรกิจ (ประเภทเงินกู้) : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน
– วงเงินหมุนเวียน (ประเภทตั๋ว) : ขยายตั๋วครั้งละไม่เกิน 3 เดือน
– สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

  • ลูกค้ารายย่อย

– สินเชื่อบ้านกสิกรไทย และ สินเชื่อที่อยู่อาศัยอื่นที่มีหลักประกัน : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน
– สินเชื่อบัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2563
– สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ : ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน และขยายระยะเวลาการผ่อนสูงสุด 6 เดือน โดยรวมสัญญาล่าสุดต้องไม่เกิน 7 ปี


ธ.ไทยพาณิชย์

  • ลูกค้าธุรกิจ

– ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้กับลูกค้าธุรกิจด้วยการพักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 12 เดือน

  • ลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการรายย่อย

– ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้กับลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการรายย่อยด้วยการพักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 6 เดือน
หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด


ธ.กรุงไทย

  • ลูกหนี้ธุรกิจ

– พักชำระหนี้เงินต้น (Grace Period) สูงสุด 12 เดือน
– สำหรับลูกหนี้รายที่ใช้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อเดิม สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี


ธ.ยูโอบี

  • ลูกหนี้ธุรกิจ

– พักชำระหนี้เงินต้น (Grace Period) สูงสุด 12 เดือน

  • ลูกหนี้รายย่อย

– ปรับลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของสินเชื่อบัตรเครดิต


ธ.เกียรตินาคิน

  • ลูกหนี้ธุรกิจ (ธุรกิจอพาร์ตเมนต์โรงแรม)

– พักชำระหนี้เงินต้น และ/หรือ ลดดอกเบี้ย สูงสุด 18 เดือน

  • ลูกหนี้รายย่อย

– พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน
– ส่วนลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาชำระหนี้


ธ.เกียรตินาคิน

  • ลูกหนี้ธุรกิจ (ธุรกิจอพาร์ตเมนต์โรงแรม)

– พักชำระหนี้เงินต้น และ/หรือ ลดดอกเบี้ย สูงสุด 18 เดือน

  • ลูกหนี้รายย่อย

– พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน
– ส่วนลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาชำระหนี้

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

เช็คลิสต์มาตรการ "แบงก์พาณิชย์-รัฐ" ช่วยเหลือลูกหนี้ เจอผลกระทบไวรัสโควิด-19

ธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

  • แนวทางการให้ความช่วยเหลือจะถูกพิจารณาเป็นรายกรณี

ธ.ไอซีบีซี (ไทย)

– ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา
– เพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ
– ผ่อนปรนอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบ
หมายเหตุ : ธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันของธนาคารเป็นรายกรณี


ธ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์​

  • ลูกหนี้ธุรกิจ

– ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระ เช่น ปลอดเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และ ขยายระยะเวลาเงินกู้ เพื่อให้ภาระการผ่อนชำระลดลงหลังหมดช่วงปลอดเงินต้น
– สนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม
– ช่วยเหลืออื่นๆ ตามที่เห็นสมควรโดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป


ธ.ไทยเครดิตเพื่อรายย่อย

  • ลูกหนี้ SMEs ทั้งบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล

– พักชำระหนี้เงินต้น (Grace Period) สูงสุดไม่เกิน 24 เดือน
– ปรับลดจำนวนเงินการผ่อนชำระค่างวด และขยายระยะเวลาเงินกู้ออกไปสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน


ธ.ออมสิน

  • โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19)

– ให้สินเชื่อเพิ่มวงเงินสูงสุด 50,000 บาท ผ่อนชำระคืนสูงสุด 5 ปี และปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรก แก่ผู้ประกอบการ ผู้มีอาชีพอิสระ พนักงานลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม ยื่นคำขอได้ภายใน 30 กันยายน 2563
– ลดดอกเบี้ยให้สูงสุด 20% ของดอกเบี้ยจ่าย ระยะเวลา 1 ปี พักเงินต้นไม่เกิน 2 ปี และขยายเวลาชำระหนี้ ยื่นคำขอได้ภายใน 31 ธันวาคม 2563


ธ.เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

  • ลูกค้ารายย่อย

– เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบภัยแล้ง ขยายเวลาชำระหนี้เดิมออกไป 2 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 – 31 ธันวาคม 2564
– โครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง
ปี 2563 วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท เกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งสามารถกู้
เพื่อลงทุนได้รายละไม่เกิน 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 0%
ส่วนปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR-2% (ปัจจุบัน MRR= 6.875%)
กำหนดชำระคืนไม่เกิน 10 ปี สนับสนุนสินเชื่อตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 ธันวาคม 2563


ธ.อาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

  • ลูกค้ารายย่อย

– ลูกค้าปัจจุบันที่กู้และจดจำนองก่อนวันเริ่มมาตรการนี้ และได้รับผลกระทบด้านรายได้จากโรคระบาดไวรัสโคโรนา
– ปรับลดดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน
– ยื่นคำขอไม่เกิน 31 มีนาคม 2563


ธ.เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

  • มาตรการลดภาระผู้ส่งออกไทย สู้ภัยไวรัสโคโรนา

ด้านสินเชื่อ
– พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน รวมทั้งขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงิน (รวมอายุตั๋วเดิมไม่เกิน 360 วัน)
– ขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้สูงสุด 5 ปี สำหรับลูกค้าที่มีการค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย. PGS ระยะที่ 5-7 โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม
– ระยะเวลาให้บริการ 4 กุมภาพันธ์ – 31 ธันวาคม 2563

ด้านรับประกันการส่งออก
– ขยายเทอมการชำระเงินที่ให้ความคุ้มครองสำหรับลูกค้าประกันการส่งออก ที่มีการส่งออกไปยังผู้ซื้อในประเทศจีน โดยไม่คิดค่าเบี้ยประกันเพิ่ม กรณีขยายเทอมไม่เกิน 180 วัน (หากขยายเกิน 180 วันแต่ไม่เกิน 270 วัน จะเรียกเก็บเบี้ยประกันเพียง 50%)
– เพิ่มความคุ้มครองให้กับการส่งออกสินค้าเน่าเสียง่ายในกรณีที่ผู้ซื้อในประเทศจีนไม่รับมอบสินค้าเป็นกรณีพิเศษ ในอัตรา 50% ของ มูลค่าใบกำกับสินค้า ทั้งนี้ต้องไม่เกินวงเงินรับประกัน
– ลดระยะเวลาการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน
– ระยะเวลาให้บริการ 4 กุมภาพันธ์ – 31 กรกฎาคม 2563

  • มาตรการสินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ด้านสินเชื่อ
– วงเงินกู้ระยะยาวเพื่อซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ หรือเพื่อต่อเติมปรับปรุงโรงงาน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี หลักประกันขั้นต่ำ 40% สำหรับกลุ่มลูกค้า SMEs ใช้ บสย. ค้ำประกันได้ (โครงการ PGS 8) อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 2.00% ระยะเวลาให้บริการ 31 มกราคม – 31 ธันวาคม 2563


ธ.พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

  • มาตรการด่วนช่วยเหลือ SMEs ไทยจากผลกระทบไวรัสโคโรนา

– พักชำระหนี้เงินต้น สำหรับลูกค้าบัญชีประเภทเงินกู้ระยะยาว นานสูงสุด 12 เดือน
– ขยายเวลาชำระหนี้ โดยขยายเวลาให้สอดคล้องกับธุรกิจได้ และสำหรับลูกค้า
ที่ใช้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อเดิมสามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี
โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
– เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยถูกนิติบุคคล 3% ต่อปี ใน 3 ปีแรก บุคคลธรรมดา 5% ต่อปีใน 3 ปีแรก


ธ.อิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

  • ลูกค้าสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อเพื่อธุรกิจ โดยเฉพาะภาคธุรกิจการท่องเที่ยวรวมไปถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม

– พักชำระหนี้เงินต้นและชำระเฉพาะกำไรนานสูงสุด 12 เดือน (ทั้งนี้ ไม่เกินเดือนธันวาคม 2563)
– ยื่นคำขอไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2563 ณ สาขาของธนาคารทั่วประเทศ


บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

  • มาตรการพักการชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อเป็นระยะเวลา 12 เดือน

– สำหรับลูกค้า SMEs เดิม ของ บสย. ในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา
ได้แก่ ธุรกิจบริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก หรือธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
และเป็นลูกค้า บสย. ที่ถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 กรกฎาคม 2563

  • มาตรการ “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย” ช่วยเหลือ SMEs ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง

– โดยสถาบันการเงินได้ปรับปรุงเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ และมีการเติมทุนสร้างสภาพคล่อง สามารถใช้โครงการ “บสย. SMEs สร้างไทย” ได้ทันที รับคำขอค้ำประกันจนถึง 31 ธันวาคม 2563
มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนจากเหตุการณ์โคราช ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจ 2 ปีแรก

  • มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนจากเหตุการณ์โคราช ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจ 2 ปีแรก

– สำหรับ SMEs ที่ได้รับการผ่อนปรนการชำระหนี้กับธนาคาร และต้องการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน ขยายสภาพคล่อง

[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

โปรโมชั่น สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่

รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดา

โปรโมชั่น ลูกค้าจดทะเบียนใหม่และทำบัญชี

โปรโมชั่น สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่

พิเศษ !!! สำหรับลูกค้าจดทะเบียนใหม่

ส่วนลดพิเศษ!! จัดทำเว็บไซต์จาก
ปกติ 12,000 บาท เหลือเพียง 3,500 บาท
ฟรี !!! ระบบอีเมล์ภายใต้ชื่อโดเมนเนม

computers

โปรโมชั่น ลูกค้าจดทะเบียนใหม่และทำบัญชี

พิเศษ !!!  ลูกค้าจดทะเบียนใหม่และทำบัญชี

  • ฟรี เว็บไซต์ สำหรับบริษัทพร้อมแนะนำการทำตลาดออนไลน์
  • ฟรี ออกแบบโลโก้บรษัท
  • ฟรี รูปแบบใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงินและเอกสารสำคัญอื่นๆ
  • ฟรี ขึ้นทะเบียน ระบบ E-FILING เพื่อใช้นำส่งงบการเงินกับกระทรวงพาณิชย์
  • ฟรี จดทะเบียน ภ.อ.01 เพื่อใช้ยื่นภาษีผ่าระบบออนไลน์
  • ฟรี จัดเตรียมเอกสารขึ้นทะเบียน E-GP (ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ)
  • ฟรี ที่ปรึกษาด้านการตลาดและบริหารธุรกิจ
[siteorigin_widget class=”SiteOrigin_Widget_Image_Widget”][/siteorigin_widget]

ประมูลงาน ยื่นซองเสนอราคา เสนองานบริษัท…ต้องรีบจดทะเบียนนิติบุคคล

รับทำงาน…………..แบบนี้จะจดเป็นอะไรดี

ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ร้านค้าจดทะเบียนบริษัทที่ไหน? จดบริษัทจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? จดบริษัทต้องใช้ผู้ก่อตั้งกี่คน? จดบริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่? ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร บริษัทต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? บริษัทจดคนเดียวได้ไหม? บริษัทสามารถใส่วัตถุประสงค์ได้กี่ข้อ? จะรับงานราชการต้องจดทะเบียนแบบไหน? บริษัทจะต้องขึ้นประกันสังคมหรือไม่? ต้องมีลูกจ้างกี่คนถึงจะขึ้นประกันสังคม? จะเริ่มทำบัญชียังไง? ลูกค้าให้จดเป็นนิติบุคคล จะจดแบบไหนดี? มีชาวต่างชาติถือหุ้นด้วยจะจดบริษัทได้ไหม? การตั้งชื่อบริษัทควรจะตั้งอย่างไร? ถ้าเปิดบริษัทแต่ยังไม่มีรายได้ต้องเสียค่าทำบัญชีไหม ต้องปิดงบการเงินหรือไม่? ถ้ามีชื่อในบริษัทอื่นแล้ว จะตั้งบริษัทใหม่ได้ไหม? ทำบิล ทำใบกำกับภาษี ไม่เป็น จะทำยังไง? กรรมการบริษัท คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร? ผู้ถือหุ้น คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร ? จะเปิดบัญชีกับธนาคาร ในนามบริษัทต้องทำอย่างไร? ที่ตั้งบริษัท ใช้บ้านที่ต่างจังหวัดได้หรือไม่?
950x200_free-consultation

ความคิดริเริ่มประกอบธุรกิจส่วนตัวเพื่อเตรียมจดทะเบียนบริษัท

สำหรับใครหลายๆคนที่กำลัง มีความคิดที่จะประกอบธุรกิจส่วนตัว ด้วยเนื่องอาจมีเหตุผล เช่น มีเพื่อนเป็นจัดซื้อมีคนรู้จักที่จะคอยหยิบยื่นงาน ออกมาให้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีโดยที่เราไม่ได้นับการเริ่มต้นทำธุรกิจ จาก 0 อาจจะเริ่มนับ ที่ 2,3,4,5 เลย แต่อย่าลืมว่าเราเองก็ต้องรู้จักการหาลูกค้าได้ด้วยตัวเอง เพราะสักวัน เราอาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนหรือคนรู้จักแต่เราจะต้องยืนได้ด้วยความสามารถของเรานะครับ การที่จะมีบริษัท การจดทะเบียนบริษัท นั้นไม่ใช้เรื่องยาก…อ่านต่อ

รับจดทะเบียนบริษัท

240x150_reservation_name_dbdสำหรับบริการจดทะเบียนบริษัท เป็นอะไรที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของระยะเวลาและสถานที่ บางท่านอาจจะไม่สะดวกทั้งเวลาและสถานที่ทำให้ธุรกิจของท่านอาจเสียโอกาศทางธุรกิจก็เป็นได้ ดังนั้นเราจึงเล็งเห็นความสำคัญในส่วนนี้ ทางบริษัทจึงมีความยินดีที่จะเสนอ บริการ ต่างๆ เข้ามาเพื่อแบ่งเบาภาระ ขั้นตอนการทำงาน ช่วยประหยัดเวลาอันมีค่า อีกทั้งเพื่อความถูกต้อง ตรงเวลา ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีบริการ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งตลอดจนลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงตลอดไป

8 ภาษีที่ผู้ประกอบการต้องรู้จัก

ภาษีหลัก ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องทำความรู้จัก มีทั้งหมด 8 ภาษี คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีสรรพสามิต ภาษีรถ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม และเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน เพื่อการทำธุรกิจที่โปร่งใส 8 ภาษีที่ผู้ประกอบการต้องรู้จักดังนี้

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ผู้ที่ต้องชำระคือ นิติบุคคลตามมาตร 39 ซึ่งที่มีเงินได้พึงประเมิน โดยมีหน้าที่เสียภาษีทุกรอบระยะเวลาบัญชี ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะต้องทำการปรับปรุงรายจ่ายตามงบการเงินให้เป็นรายจ่ายทางภาษี การคำนวณภาษี คือ กำไรสุทธิ คูณด้วย อัตราภาษี จะได้ผลลัพธ์ เป็นภาษีเงินได้ (กำไรสุทธิ X อัตราภาษี = ภาษีเงินได้) สำหรับอัตราภาษีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล คิดภาษีร้อยละ 20 ส่วนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คิดเป็นกำไรสุทธิ หากน้อยกว่า 300,000 บาท จะได้รับการยกเว้น และตั้งแต่ 300,000 – 1,000,000 คิดเป็นร้อยละ 15 หรือ 1,000,000 ขึ้นไป ร้อยละ 20
การยื่นภาษีนั้น แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ ภ.ง.ด. 51 ภาษีครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นภายใน 2 เดือน นับจากวันสุดท้ายของทุก 6 เดือน และภ.ง.ด. 50 ภาษีเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นภายใน 150 วัน นับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ในกรณีที่ผู้ประกอบการยื่นแบบภาษีในช่องทางออนไลน์ กรมสรรพากรมีการขยายเวลาให้อีก 8 วัน นับจากวันครบกำหนด โดยสามารถชำระได้ที่ กรมสรรพากร ธนาคารพาณิชย์ E-Payment และ ที่ทำการไปรษณีย์ ทั้งนี้หากผู้ประกอบการต้องการเงินภาษีขอคืน จะต้องกรอกส่วนคำร้อง ฯ ในแบบ ภ.ง.ด. 50 ซึ่งกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้จัดการจะต้องลงลายมือชื่อและมีตราประทับนิติบุคคล

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่
2.1. ผู้ประกอบกิจการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
2.2. ผู้ประกอบกิจการที่ต้องมีการซื้อสินค้าหรือรับบริการที่อยู่บังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
2.3. ผู้ประกอบการที่อยู่นอกประเทศไทย และได้ขายสินค้าหรือให้บริการในประเทศเป็นปกติหรือมีตัวแทนอยู่ในประเทศไทย
การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม คือการจ่ายร้อยละ 7 ของราคาสินค้า ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี โดยผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปไม่ว่าเดือนนั้นจะมีรายรับหรือไม่ก็ตาม กรณียื่นภาษีแบบภาษีผ่านช่องทางระบบออนไลน์ กรมสรรพากร ขยายเวลาให้อีก 8 วัน นับจากวันที่ครบกำหนด ส่วนกรณีมีเงินขอคืน จะต้องกรอกส่วนคำร้อง ฯ ในแบบ ภ.พ.30 หากไม่กรอกคำร้อง กรมสรรพากรจะนำภาษีที่ชำระเกินเดือนนี้ไปถือเป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไป

3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีที่ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีทุกเดือน โดยกิจการที่ต้องเสียภาษีประเภทนี้คือกิจการธนาคาร ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ภาษีร้อยละ 3.0 ส่วนกิจการรับประกันชีวิต อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.5 กิจการโรงจำนำ อัตราภาษีร้อยละ 2.5 การค้าอสังหาริมทรัพย์ อัตราภาษีร้อยละ 3.0 การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.1 หรือได้รับการยกเว้น และการซื้อขายคืนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อัตราภาษีร้อยละ 3.0 รวมถึงธุรกิจแฟ็กเตอริง อัตราภาษีร้อยละ 3.0 ทั้งนี้ในกรณีมีเงินภาษีขอคืน จะต้องกรอกแบบ ค. 10

4. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน

ภาษีโรงเรือนและที่ดินเป็นภาษีเฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร สำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในต่างจังหวัดสามารถติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อยื่นชำระภาษีได้ สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีประเภทนี้คือ เจ้าของกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง
1. โรงเรือน อาคาร สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ
2. ที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนอาคาร สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ
การยื่นแบบเพื่อขอประเมินภาษี เป็นการแจ้งรายการทรัพย์สินและค่าเช่า หรือประโยชน์อื่นที่อาจคิดเป็นตัวเงินได้ โดยยื่นขอประเมินภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ที่สำนักงานเขต หรือ สำนักการคลัง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งยอดค่าภาษี เรียกว่า ภ.ร.ด. 8 มีอัตราภาษีร้อยละ 12.5 ของค่าเช่าทรัพย์สินรายปี สามารถชำระภาษีได้ที่สำนักงานเขต หรือ สำนักการคลัง และธนาคารกรุงไทย กรณียื่นอุทธรณ์สามารถยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ โดยยื่นอุทธรณ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ ภ.ร.ด. 9 ได้ที่สำนักงานเขต ภายใน 15 วัน

5. ภาษีสรรพสามิต

ภาษีสรรพสามิต ประกอบด้วย ภาษีน้ำมัน อัตราภาษีขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมัน ภาษีเพื่อมหาดไทย ร้อยละ 10 ของภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้อยละ 7 ของราคาขายส่งและค่าการตลาด กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่รัฐบาลเรียกเก็บผู้ผลิตและผู้นำเข้าน้ำมัน โดยโครงสร้างราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับแนวนโยบายการบริหารภาษี หรือนโยบายพลังงานของภาครัฐ

6. ภาษีรถ

ในกรณีกิจการดังกล่าวมีการใช้รถบรรทุกขนาดกลางขึ้นไป ในการขนส่งสินค้า โดยมีน้ำหนัก 15,300 กิโลกรัมเมื่อบรรทุกสินค้า ทั้งนี้เจ้าของรถยนต์มีหน้าที่เสียภาษีรถประจำทุกปี มีอัตราภาษีรถที่ใช้ ในการขนส่งส่วนบุคคล คิดตามน้ำหนักรถยนต์ดังนี้
รถยนต์น้ำหนักไม่เกิน 500 กิโลกรัม อัตราภาษี อยู่ที่ 150 บาท
500 – 750 กิโลกรัม อัตราภาษี 300 บาท
751 – 1,000 กิโลกรัม อัตราภาษี 450 บาท
1,001 – 1,250 กิโลกรัม อัตราภาษี 800 บาท
1,251 – 1,500 กิโลกรัม อัตราภาษี 1,000 บาท
1,501 – 1,750 กิโลกรัม อัตราภาษี 1,300 บาท
1,751 – 2,000 กิโลกรัม อัตราภาษี 1,600 บาท
2,001 – 2,500 กิโลกรัม อัตราภาษี 1,900 บาท
2,501 – 3,000 กิโลกรัม อัตราภาษี 2,200 บาท
3,001 – 3,500 กิโลกรัม อัตราภาษี 2,400 บาท
3,501 – 4,000 กิโลกรัม อัตราภาษี 2,600 บาท
4,001 – 4,500 กิโลกรัม อัตราภาษี 2,800 บาท
4,501 – 5,000 กิโลกรัม อัตราภาษี 3,000 บาท
5,001 – 6,000 กิโลกรัม อัตราภาษี 3,200 บาท
6,001 – 7,000 กิโลกรัม อัตราภาษี 3,400 บาท
7,001 กิโลกรัมขึ้นไป อัตราภาษี 3,600 บาท
ส่วนเอกสารประกอบการยื่นชำระได้แก่ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หรือสำเนา หลักฐานการจัดให้มีประกันภัย และรถขนส่งทุกประเภท ต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนเสียภาษี โดยต้องยื่นชำระภาษี ภายในระยะเวลไม่เกิน 90 วัน ก่อนสิ้นอายุภาษี สำหรับรถยนต์ที่มีอายุ 6 ถึง 10 ปี จะได้รับส่วนลดภาษี ปีละร้อยละ 10 ส่วนรถยนต์ที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป จะต้องเข้ารับรับการตรวจสอบรถยนต์ก่อนยื่นชำระทุกครั้ง

7. งินสมทบกองทุนประกันสังคม

สำหรับนายจ้างที่มีลูกจ้างต้องมีการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยนายจ้างมีหน้าที่นำส่งสมทบทั้งส่วนของนายจ้างและลูกจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้หักเงินสมทบเพื่อนำส่ง ประมาณ 83 – 750 บาท หรือร้อยละ 5 ของค่าจ้าง สำหรับฐานค่าจ้างในการคำนวณเงินสมทบ ต้องไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท

8. เงินสมทบกองทุนเงินทดแทน

สำหรับกิจการที่มีลูกจ้างตามที่กำหนดนายจ้างมีหน้าที่นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทน ภายในวันที่ 31 มกราคมของทุกปี คิดร้อยละ 0.2 – 1.0 ของค่าจ้าง ฐานค่าจ้างในการคำนวณเงินสมทบต้องไม่เกิน 240,000 บาทต่อคนต่อปี ผู้ประกอบการต้องส่งเงินสมทบ และรายงานค่าจ้างปีที่ผ่านมาภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หากเงินที่เก็บไว้ปีก่อนน้อยกว่าจำนวนที่ต้องชำระจริง จะถูกเรียกเก็บเพิ่ม ภายใน 31 มีนาคม และหากเงินสมทบที่เก็บไว้ปีก่อนมากกว่าจำนวนที่ชำระไว้ จะได้รับเงินส่วนที่จ่ายเกินคืน
ผู้ประกอบการที่เริ่มต้นทำธุรกิจ หรือสนใจลงทุนควรศึกษาความรู้ในเรื่องการชำระภาษีให้เป็นอย่างดี เนื่องจาก หากละเลยการชำระภาษีเป็นเวลานาน หากถูกตรวจสอบและมีการเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เป็นจำนวนมากเนื่องจากการสะสมมาเป็นเวลานาน รวมถึงยังเป็นเหตุที่ทำให้เสียชื่อเสียง ในด้านความรับผิดชอบอีกด้วย

เลือก อาคารพาณิชย์ ยังไงให้กิจการปัง!

หากถามเด็กสมัยนี้ถึงเรื่องอนาคตของการทำงาน ใครๆก็คงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่อยากทำงานประจำไปจนแก่ อยากจะหาช่องทางรวยอื่นๆ เช่น เปิดกิจการค้าขาย, เปิดบริษัทเล็กๆขึ้นมา แน่นอนว่าขั้นแรกของการตั้งต้นทำธุรกิจคือการคิด Business Model จนตกผลึก และลองดูช่องทางการเปิดกิจการ ซึ่งหากจะว่ากันไปแล้วตึกที่เป็นที่นิยมในการเปิดกิจการก็จะหนีไม่พ้น “อาคารพาณิชย์” หรือที่เราคุ้นชินกับคำว่า “ตึกแถว” นั่นเอง แต่ใช่ว่า อาคารพาณิชย์ ทุกที่ซื้อไว้แล้วจะเปิดกิจการได้เสมอไป ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้เห็น อาคารพาณิชย์ ปล่อยร้างตามข้างทาง ล้มล้างทฤษฎีที่ว่าอยู่ติดถนนใหญ่แล้วจะดีก็คงจะไม่เสมอไป

เอาล่ะ ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่า “อาคารพาณิชย์” ที่ดี ทำกิจการให้ปัง ไม่มีพัง ต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

1. ทำเลดี มีคนขวักไขว่

หากคิดจะค้าขายหรือเปิดกิจการอะไรก็แล้วแต่ “ทำเล” ย่อมมาเป็นอันดับ 1 เสมอ ยิ่งเป็น อาคารพาณิชย์ แล้วนั้นทำเลถือว่าสำคัญมากกกกก เพราะจะต้องเป็นตัวดึงคนเข้ามาที่หน้าร้าน ดังนั้นควรเน้นเลือกทำเลที่มีคนพลุกพล่าน อยู่ในชุมชน คนเยอะๆ แต่คนเยอะในที่นี้ต้องไปเซอร์เวย์ด้วยนะ ว่าคนเยอะเวลาไหน คนน้อยเวลาไหน ถ้าคนเดินผ่านเยอะทุกเวลาได้ยิ่งดี อีกสิ่งที่ต้องระวังมากๆคือ สำรวจก่อนว่าแถวนั้นจะมีการสร้างสะพานข้ามแยกหรือสร้างทางลอดอะไรหรือไม่ เพราะหากมีการสร้างสะพานหรือทางลอด สิ่งที่น่ากลัวกว่าการเวนคืนคือ พอมีสะพานแล้วจะทำให้ อาคารพาณิชย์ ร้าง ไม่มีคนจอดแวะ และค่อยๆกลายเป็นตึกร้างไปในที่สุด

2. จอดรถง่าย ไม่ต้องวัดดวง

หัวใจสำคัญอีกอย่างของ อาคารพาณิชย์ คือที่จอดรถ เมื่อเราเปิดกิจการหรือแม้แต่เป็นบริษัทเล็กๆก็ตาม ก็จำเป็นที่จะต้องมีที่จอดรถให้ลูกค้าหรือผู้ที่มาติดต่อ ดังนั้นก่อนจะซื้อ อาคารพาณิชย์ อย่าลืมพิจารณาถึงจุดจอดรถ จำนวนที่จอดรถด้วยทุกครั้ง เพราะหลายครั้งหลายคราที่ทำเลดี คนพลุกพล่านตามตำราค้าขาย แต่ไปตกม้าตายเอาตรงที่ไม่มีที่จอดรถ … นอกเสียจากว่าตึกคุณจะอยู่ติดรถไฟฟ้า แต่ต้องถามว่าจะสู้ราคาไหวไหม

3. เพื่อนบ้านต้องช่วยเกื้อหนุน

บางคนอาจจะงง ซื้อ อาคารพาณิชย์ เกี่ยวไรกับเพื่อนบ้าน? ก็ร้านใกล้เรือนเคียงกันนี่แหละ จะเป็นแรงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี ลองไปสำรวจก่อนว่า ตึกที่คุณเล็งเอาไว้ แถวนั้นเขาเปิดเป็นอะไรกัน TerraBKK แนะนำให้เลือกเพื่อนบ้านที่เปิดกิจการ “ใกล้เคียง” กับเรามากที่สุด ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอก เลือกร้านที่เปิดอะไรคล้ายๆกับเรา อย่ากลัวว่าร้านเหล่านั้นจะเป็นคู่แข่ง แต่ให้มองว่ายิ่งรวมตัวกันเยอะมากเท่าไหร่ จะยิ่งมีแรงดึงดูดให้คนเข้ามามากเท่านั้น แต่เพื่อนบ้านที่น่ากลัวที่สุดคือ เพื่อนบ้านที่ซื้อไว้แล้วปิดประตูเงียบ ไว้อยู่อาศัยเฉยๆ ไม่ได้เปิดกิจการอะไร จะยิ่งทำให้บรรยากาศของการเป็นร้านค้ายิ่งเงียบเข้าไปอีก

4. หน้าตึกเปิดโล่ง ไม่เป็นจุดอับ ไม่โดนบัง

พูดถึงสเกลใหญ่ในการเลือกทำเลไปแล้ว มาถึงสเกลเล็กเมื่อต้องจิ้มเลือกแล้วล่ะว่าจะเอาตำแหน่งนี้ อย่างแรกเลยคือ ตำแหน่งตึกที่คุณเลือกจะต้องไม่เป็นจุดอับและไม่โดนอะไรมาบดบัง จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย บางคนอุตส่าห์เลือกตำแหน่งที่อยู่ข้างหน้า แต่…ดันมีป้ายโฆษณามาบัง หรืออยู่ริมถนนก็จริง แต่…อยู่หลังป้ายรถเมล์

5. ห้องมุม is the best!

แต่ถ้าถามว่าตำแหน่งทองของ อาคารพาณิชย์ คือตรงไหน บอกเลยว่า ห้องมุมคือที่สุดของการเปิดกิจการ เพราะมีพื้นที่มากกว่า และที่สำคัญคือเสมือนมีหน้าร้าน 2 ด้าน เปรียบเหมือนมี Showcase 2 ฝั่ง (ในขณะที่ตึกอื่นมีแค่ด้านหน้าด้านเดียว) แต่ว่าหากเป็นห้องมุมจะต้องเป็นห้องมุมที่ 2 ด้าน ไม่ใช่ห้องริมสุดที่อยู่ติดรั้วโครงการ อันนั้นถือว่าเป็นจุดอับ

อีกสิ่งหนึ่งที่เราอยากแนะนำคือ เดี๋ยวนี้มี อาคารพาณิชย์ หลายรูปแบบ ที่แยกให้เห็นได้ชัดเจนเลยก็ซัก 2 ประเภทใหญ่ๆ

A. อาคารพาณิชย์ แบบเก่า ก็คือบรรดาตึกแถวที่อยู่ริมถนน ก่อสร้างมาช้านาน ส่วนใหญ่ อาคารพาณิชย์ เหล่านี้มีข้อดีคือติดถนนเลยหรือไม่ก็อยู่ในชุมชน เพราะแต่ก่อนเวลามีที่ดินติดถนนไม่รู้จะสร้างอะไร ก็สร้างเป็นตึกแถวนี่แหละ แต่ข้อเสียคือสภาพตึกจะเก่า ต้องใช้งบรีโนเวทเยอะ

B. อาคารพาณิชย์ แบบจัดสรร คือโครงการ อาคารพาณิชย์ หรือโฮมออฟฟิศที่จัดสรรเป็นโครงการใหญ่ๆ ภายในโครงการก็จะมีแต่อาคารพาณิชย์เต็มไปหมด ข้อดีของพวกนี้คือดีไซน์ใหม่ สวย แต่มักไม่ติดถนนใหญ่ และลูกค้าต้องขับรถเข้ามาในโครงการจึงจะเห็นตึกเรา ดังนั้นวิธีการเลือกซื้อ อาคารพาณิชย์ที่อยู่ในโครงการจัดสรร จำเป็นจะต้องเลือกตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่หน้าๆ คือเป็นโซนแรกที่คนจะเห็นเลยยิ่งดี และที่สำคัญคือก่อนซื้อต้องถามเซลล์โครงการให้ดีว่าคนที่ซื้อไปก่อนหน้าเปิดเป็นอะไรบ้าง เพื่อดูว่ากิจการของคนเหล่านั้นมากพอที่จะช่วยดูดคนได้หรือไม่

ทั้งหมดนี้น่าจะพอเป็นหลักการเบื้องต้นในการเลือกซื้อ อาคารพาณิชย์ เพื่อเปิดร้านค้า แต่ที่แน่ๆคงไม่ใช่ตัวตึกแถวอย่างเดียวหรอกที่จะเป็นตัว drive ให้กับกิจการของคุณ ยังคงมีองค์ประกอบอื่นๆเช่น Business Model, Product, Marketing ที่เชื่อว่าทุกคนจะต้องเริ่มวางแผนก่อนที่จะมาซื้อตึกแล้วล่ะ แต่อย่างน้อยเราก็ไม่อยากให้แผนธุรกิจที่คุณวางมาดิบดีจะต้องตกม้าตายตอนที่เลือกตึกแถวไว้ทำกิจการ

ภาษีขายของออนไลน์ สำหรับปี 2560 พร้อมวิธีคำนวณภาษีง่ายๆด้วยตัวเอง

• สรุปเรื่องความเข้าใจภาษีขายของออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มต้นแนวคิด และ หลักการในการบริหารจัดการภาษี เพื่อปรับทัศนคติที่มีต่อระบบภาษีไทยไปถึงจนเทคนิคการวางแผนภาษีอย่างถูกต้อง

• วิธีคำนวณภาษีสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ พร้อมตัวอย่างการคำนวณภาษี

• การวางแผนภาษี จัดการภาษี รวมถึงเรืองของภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับการขายของออนไลน์

•ความเข้าใจผิดเรื่องการจดทะเบียนต่างๆที่เกี่ยวกับการขายของออนไลน์

•ตอบคำถามว่า ขายของออนไลน์ ต้องจดบริษัทไหม?

ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม
เปิดร้านมานานแล้ว แต่ไม่เคยยื่นภาษี ควรจะทำยังไงดี?
อยากรู้เรื่องภาษีแต่ไม่เข้าใจ ยากจังเลย

สวัสดีครับผม วันนี้พรี่หนอมจะมาแนะนำเคล็ดลับ วิธีคิด และคำนวณภาษีสำหรับคนขายของออนไลน์ให้เข้าใจง่ายๆ โดยอธิบายเป็นภาษาคนให้ฟังกัน ซึ่งเรื่องนี้เคยสอนไปหลายครั้งแล้วในเพจ TAXBugnoms แต่วันนี้จะมาสรุปทุกความเข้าใจเป็นบทความให้อ่านกันแบบยาวๆตั้งแต่ต้นจนจบไปเลยครับ

ทำความเข้าใจ “เรื่องภาษี” พื้นฐานก่อน


1. มีรายได้ = ยื่นภาษี และคำนวณภาษีให้ถูกต้อง เพราะกฎหมายกำหนดไว้ ถ้ารายได้ที่มีไม่ได้สิทธิ์ยกเว้นภาษี ก็ต้องเอามาคำนวณภาษี ซึ่งรายได้จากการขายของออนไลน์นั้นเป็นรายได้ที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีแน่ๆครับ ดังนั้นต้องคำนวณภาษีให้ถูกต้องครับ

2. ไม่เสียภาษีสรรพากรตรวจไหม? จะรู้ว่าเรามีรายได้หรือเปล่า? โอเคครับ พรี่หนอมอยากให้ลองคิดก่อนว่า ถ้าเราทำผิด ก็มีโอกาสโดนตรวจสอบถูกไหมครับ (ถ้าสงสัยว่าไม่ยื่นภาษีผิดตรงไหน กรุณาอ่านข้อ 1 ซ้ำอีกรอบครับผม)

สำหรับคนที่คิดจะทำผิดก็สำรองเงินไว้จ่ายภาษีด้วยละกันครับผม เพราะเบี้ยปรับและเงินเพิ่มโทษหนักสุดคือ 4 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย ทำเอาหลายคนปิดกิจการมานักต่อนักแล้วล่ะครับ ดังนั้นระวังไว้ด้วยนะครับ

3. สิ่งที่ต้องทำก่อนจะไปถึงเรื่องของภาษี คือ “บัญชีรายรับรายจ่าย” เรื่องนี้โคตรสำคัญกว่าภาษีหลายเท่า เพราะมันคือตัวกำหนดชีวิตของธุรกิจเราเลยล่ะครับ เพราะถ้าไม่รู้ว่าตอนนี้มีรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ไปจนถึงเงินสดเท่าไร พูดได้เลยครับว่า หายนะชัวร์ๆครับผม

เมื่อเข้าใจหลักการแล้ว สิ่งต่อมาที่เราต้องรู้ก็คือ ไม่เสียภาษี ก็ยังมีหน้าที่ยื่นภาษี เพราะสองเรื่องนี้มันคือคนละเรื่องเดียวกันครับ นั่นคือการยื่นภาษี หมายความว่า เมื่อเราขายของออนไลน์มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต้องยื่นภาษี แม้ว่าจะไม่เสียก็ตามจ้า แต่ในขณะที่ การเสียภาษี คือ การนำรายได้จากการขายของออนไลน์มาคำนวณภาษีตามวิธีที่กฎหมายบอก แล้วถ้ามีภาษีต้องเสียก็ต้องจ่ายนั่นเองครับ

เอ๊ะๆๆ แต่เคยได้ยินเขาว่ากันว่า ถ้ามีรายได้ไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษีนี่นา อันนี้ก็ต้องเข้าใจว่าคำว่า “ไม่ต้องเสียภาษี” ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องยื่นภาษีนะครับผม เพราะกฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากรไว้ว่า ถ้ามีรายได้ต่อปีเกิน 60,000 บาทต้องยื่นภาษีทุกกรณีนั่นเองครับ

ภาษีเสียเป็น “คน” ไม่ใช่เสียเป็นประเภท
ตังนั้นต้องเอารายได้ทุกประเภทมารวมกัน

หลายคนเข้าใจผิดว่า มีรายได้หลายทางให้แยกคำนวณภาษี คำตอบคือไม่ใช่ครับเพราะภาษีเสียเป็นคน โดยแต่ละคนต้องเอารายได้ทุกประเภทมารวมกันแล้วหักค่าใช้จ่ายไปคำนวณภาษี เช่น สมมติว่าพรี่หนอมเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้จากการขายของออนไลน์ด้วย มันแปลว่าพรี่หนอมต้องเอารายได้ทุกประเภทมายื่นภาษีในชื่อของพรี่หนอมนั่นเองครับ

ทีนี้รายได้ขายของออนไลน์ของเรา
มันเป็นรายได้ประเภทไหนทางภาษีกันนะ

รายได้จากการขายของออนไลน์ ถือว่าเป็นรายได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) ครับ ไม่ว่าจะขายอะไรยังไง ก็ถือว่าเป็นรายได้ประเภทนี้นั่นแหละครับ ซึ่งเวลาคำนวณภาษีนั้น จะคำนวณเป็นรายปี นั่นคือ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคมของทุกปี

แต่สำหรับรายได้ประเภทที่ 8 กฎหมายกำหนดเพิ่มเติมไว้ด้วยครับว่า คนที่มีรายได้ประเภทนี้ จะต้องเสียภาษีปีละสองครั้ง นั่นคือ ภาษีครึ่งปี และ ภาษีทั้งปี

ทวนอีกทีนะครับ รายได้ขายของออนไลน์ ถือเป็น รายได้ประเภทที่ 8 หน้าที่ คือ เสียภาษีปีละ 2 ครั้ง คือ ครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) กับเต็มปี (ภ.ง.ด.90)

มาถึงตรงนี้ มันจะเชื่อมโยงกับคำถามที่ว่า ถ้าไม่รู้ว่าเรามีรายได้เท่าไร เราจะคำนวณภาษีเพื่อเสียไม่ได้ครับ เพราะว่าภาษีมันคำนวณจากรายได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะเสียภาษีได้ยังไงกัน นั่นแหละคือประเด็นสำคัญที่สุดในมุมมองของพรี่หนอมครับผม

พรี่หนอมว่าตอนนี้มันหมดยุคที่ต้องมารอให้สรรพากรประเมินเพื่อเสียภาษีแล้วนะครับ เพราะในยุค Thailand 4.0 แบบนี้ สิ่งที่เราต้องมีและเริ่มต้นคือ การวางแผนอย่างถูกต้อง คงจะมาทำแบบเดิมๆประเมินจ่ายกันแบบเหมาๆ แบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไรแล้วล่ะครับ

เพื่อความเข้าใจมากขึ้น
ลองมาดูตัวอย่างประกอบกันครับ

สมมติ นายบักหนอม เป็นมนุษย์เงินเดือนที่ขายของออนไลน์ แปลว่า นายบักหนอมจะมีรายได้ที่เป็นเงินเดือน #ประเภทที่หนึ่งและรายได้จากขายของออนไลน์ #ประเภทที่แปด

วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปกติมี 2 วิธี คือ วิธีแรก (เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี และ วิธีที่สอง เงินได้ x 0.5% วิธีนี้คิดเป็นภาษีเลย โดยจะใช้วิธีนี้เมื่อตัวเรามีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 1 ล้านบาทต่อปี หลังจากนั้นค่อยเลือกเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่า

เริ่มกันที่ รายได้ ก่อน จากตัวอย่างข้างต้นแปลว่านายบักหนอมจะต้องเอารายได้ทั้งที่เป็นเงินเดือนและรายได้จากการขายของออนไลน์มาเสียภาษี

ทีนี้มาที่เรื่องของ ค่าใช้จ่าย กันบ้างกฎหมายบ้านเรากำหนดให้หักค่าใช้จ่ายของรายได้แต่ละประเภทแตกต่างกันตามนี้ครับ

เช่น เงินเดือนหักได้ 50% ของรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนขายของออนไลน์หักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบเลือกเอาคือ เหมาไปเลย 60% หรือหักตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

แต่อย่าลืมว่ากรณีขายของออนไลน์ที่พรี่หนอมยกมานี้ มันคือกรณีที่ซื้อมาและขายไปเท่านั้นที่สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% ได้ไม่ใช่ผลิตเองนะถึงจะหักค่าใช้จ่ายแบบนี้ได้นะครับผม เพราะถ้าผลิตเองและขายเองต้องหักตามค่าใช้จ่ายจริงเท่านั้นครับ

จากตัวอย่าง สมมติให้รายได้นายบักหนอมเป็นดังนี้
– เงินเดือนเดือนละ 100,000 บาท
– ขายของออนไลน์ได้เดือนละ 150,000 บาท

เท่ากับว่านายบักหนอมจะมีรายได้รวมทั้งปี คือ
– เงินเดือนทั้งปี 1,200,000 บาท
– รายได้ขายของออนไลน์ทั้งปี 1,800,000 บาท

ส่วนการหักค่าใช้จ่ายปี 2560 นั้น คือ
– เงินเดือนหักได้ 50% ของรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท
– ขายของออนไลน์ เลือกหักค่าใช้จ่าย เหมาไปเลย 60% หรือค่าใช้จ่ายจริง

ดังนั้น เงินได้ – ค่าใช้จ่าย ตามวิธีการคำนวณภาษีจะได้ออกมาเป็น
– ฝั่งเงินเดือน 1,200,000 – 100,000 = 1,100,000 บาท
– ฝั่งขายของ 1,800,000 – 1,080,000 = 720,000 บาท (เลือกหักเหมา)

ดังนั้น (อีกที) เงินได้ – ค่าใช้จ่าย รวมกันก่อนหักค่าลดหย่อนคือ
1,100,000 + 720,000 = 1,820,000 บาท

จากวิธีการคำนวณภาษีเงินได้วิธีที่ 1 คือ
(เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี
ตอนนี้เราจะได้เหลือตามนี้ คือ (1,820,000 – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี

พักไว้สักนิด มาดูตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้ วิธีที่ 2 กันก่อนครับ โดยอย่าลืมว่า วิธีคำนวณภาษีแบบนี้จะถูกเอามาคิดก็ต่อเมื่อ เรามีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 1 ล้านบาทต่อปี หลังจากนั้นเลือกเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่า

จากตัวอย่างที่บอกว่านายบักหนอม เป็นมนุษย์เงินเดือน + ขายของออนไลน์ มีรายได้เงินเดือนเดือนละ 100,000 บาท และขายของได้เดือนละ 150,000 บาท สรุปได้อีกทีว่า รายได้จากขายของออนไลน์ต่อปีคือ 1,800,000 บาท ซึ่งแปลว่าต้องคำนวณตามวิธีที่ 2 ด้วย เพราะมีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 1 ล้านบาท

โดยวิธีนี้คิดง่ายๆ ก็คือ 1,800,000 x 0.5%
ได้ออกมาเป็นภาษี 9,000 บาท
โอเค… เก็บตัวเลข 9,000 นี้ไว้ก่อน

ทีนี้กลับมาดูกันต่อว่าถ้าจะคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 จะได้เป็นภาษียังไงเท่าไร ซึ่งตอนแรกที่เราคำนวณไว้จากวิธีการคำนวณคือ (เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี จะได้เป็น (1,820,000 – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี

ถ้าหากนายบักหนอมลองเช็คค่าลดหย่อนตามบทความ สรุปรายการค่าลดหย่อนภาษีประจำปี 2560 แล้วพบว่าตัวเองไม่มีค่าลดหย่อนอะไรเลยทั้งหมด ไม่ได้ซื้อ LTF, RMF หรือประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี แม้แต่น้อย ดังนั้นนาย

บักหนอมก็ต้องหักได้แค่ ค่าลดหย่อนส่วนตัว คือ 60,000 บาท จึงทำให้ เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน (เรียกอีกชื่อว่า “เงินได้สุทธิ) เหลือเพียง = 1,760,000 บาท (1,820,000 – 60,000) ทีนี้ก็ต้องคูณด้วยอัตราภาษีตามตารางนี้

จากตารางอัตราภาษี จะเห็นว่า “เงินได้สุทธิ” = 1,760,000 บาท คิดเป็นภาษีที่ต้องเสียได้ทั้งสิ้น 305,000 บาทนั่นเองครับผม

วิธีแรก (เงินได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี ได้ภาษีออกมาจำนวน 305,000 บาท ส่วนวิธีที่สอง เงินได้ x 0.5% ได้ภาษีออกมาจำนวน 9,000 บาท เพราะฉะนั้นต้องเสียตามวิธีที่มากกว่า นั่นก็คือ 305,000 บาทนั่นเองครับ

เดี๋ยวก่อน…ยังมีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มอีกนะ

หลังจากเราเข้าใจวิธีการคำนวณภาษี มาถึงจำนวนที่ต้องเสียแล้ว ทีนี้อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจเพิ่มเติม คือ เรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเองครับ

มีคนถามเข้ามาเยอะเหลือเกินว่ามีรายได้ 1,800,000 บาทต่อปีต้องจด VAT ไหมอะไรยังไงดี พรี่หนอมตอบสั้นๆฟันธงไป!! ถ้าเกินล้านแปดเมื่อไรต้องจด VAT ครับผม

ส่วนเหตุผลที่ต้องจดคือกฎหมายกำหนดไว้ว่าถ้าเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อเกิน 1.8 ล้านบาทก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเองครับ

อย่างไรก็ตามมีบางธุรกิจได้รับสิทธิไม่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกันครับ หากเข้าข่ายว่าเป็น กิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ตามที่กฎหมายกำหนดครับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วต้องบอกตรงๆครับว่า “ยาก”

อย่าลืมนะครับว่า
จด VAT = เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
แต่มีรายได้ = เสียภาษีเงินได้
มันคนละเรื่องกัน แต่ต้องทำทั้งสองแบบ

ส่วนเรื่องของการ “จดทะเบียนพาณิชย์” นั้น “ไม่เกี่ยวกับภาษี” ดังนั้นแปลว่าจะทำธุรกิจรูปแบบไหนก็ได้ ส่วนคำว่า “จดทะเบียนบริษัท” นั้นหมายถึงเปลี่ยนจากการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไปเป็น “การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล” ซึ่งมีวิธีการคำนวณภาษีที่แตกต่างกันไปครับ แต่คนที่เลือกจดทะเบียนบริษัทนั้นอาจจะมีโอกาสที่จะประหยัดภาษีมากกว่า

พรี่หนอมขอยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจเรื่องนี้ครับ เช่น นายบักหนอม ขายของในเน็ต ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ แต่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท นายบักหนอมก็ต้องจด VAT และเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

แต่ถ้านายบักหนอมไปจดทะเบียนพาณิชย์ บักหนอมก็ต้องจด VAT และเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหมือนเดิม แต่มีทะเบียนพาณิชย์ไว้ให้ลูกค้าตรวจสอบและเพิ่มความน่าเชื่อถือของตัวเอง

หรือต่อให้นายบักหนอมไปจดบริษัทด้วย นายบักหนอมก็ยังต้องจด VAT แต่เปลี่ยนมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแทนนั่นเองครับ

เมื่อมาถึงตรงนี้ มักจะมีคำถามต่อมาว่า แล้ว ขายของออนไลน์ ควรจะจดบริษัทดีไหม? เพราะอะไรมันบีบมามากมายเหลือเกิน ทั้งนโยบายภาษีที่มีมาเรื่อยๆ ทั้งอีเพย์เม้นท์ พร้อมเพย์ นู่นนั่นนี่ ทุกวันนี้บอกเลยว่าเหนื่อยกับความเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบ แบบนี้ทำให้ถูกต้องไปเลยดีไหม

คำตอบนะครับ…การจดบริษัท ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาและไม่ได้บอกว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่มันแค่บอกว่าเราเลือกประกอบธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคลเท่านั้น การเป็นบุคคลธรรมดาขายของง่ายๆก็สามารถเลือกเสียภาษีให้ถูกต้องได้เหมือนกันครับ

ย้ำอีกทีว่า สิ่งถูกต้องที่เราควรรู้ก่อนคือ เรามี รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร/ขาดทุนและกระแสเงินสด มากมายแค่ไหน? ซึ่งพรี่หนอมขอพูดตรงๆเลยนะครับว่า ถ้าเรื่องพวกนี้ยังไม่รู้ ก็แปลว่าไม่มีความหมายที่จะเรียนรู้เรื่องภาษีหรอกครับ การที่ไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสิน มันไม่มีประโยชน์ใด รู้แค่กำไรก็ไม่ใช่ว่าจะจบ เพราะสิ่งที่รู้คือ รู้ทั้งหมดให้ครบถ้วน (ภ.ง.ด.94)

มาต่อที่ด่านสอง คือ การที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต้องไปจด VAT ซึ่งมันเป็นคนละเรื่องกับจดบริษัท และไม่ใช่เรื่องเดียวกันกับภาษีเงินได้ที่เสียเช่นเดียวกัน การเป็นบุคคลธรรมดาก็สามารถจดภาษีมูลค่าเพิ่มได้เช่นเดียวกันครับ

แต่พรี่หนอมคะ หนูเสียแบบเหมา ให้สรรพากรคำนวณให้ในแต่ละปีแบบนี้ไม่โอเคเหรอคะ ใช่ครับ การที่ให้สรรพากรช่วยคำนวณให้ ไม่ได้แปลว่าเสียภาษีถูกต้องเพราะไม่มีข้อมูลอะไรเลยครับ ดังนั้นย้ำอีกทีเป็นครั้งสุดท้ายว่าต้องรู้ข้อมูลทั้งหมดก่อน แล้วค่อยคิดว่า การเปลี่ยนเป็นบริษัทฯจะคุ้มค่าไหม

ความคุ้มค่าดูจากตัวแปรต่อไปนี้ครับ ภาษีที่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายในการจดบริษัท ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมต่างๆ เพราะถ้าเสียภาษีลดลง 100,000 บาท แต่เพิ่มค่าใช้จ่ายมาอีก 200,000 บาท แบบนี้ไม่ต้องฉลาดก็รู้ว่าไม่ควรทำ จริงไหมครับ? เพราะกลายเป็นว่าเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกต่างหากครับผม

สรุป

บทความนี้ พรี่หนอมตั้งใจเขียนเพื่ออธิบายให้ทุกคนรู้จักกับวิธีการคำนวณภาษีเงินได้ ภาษีที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการจัดการวางแผนและเข้าใจภาษี รวมถึงความเข้าใจผิดต่างๆเกี่ยวกับการจดทะเบียนที่คนมักถามเข้ามาในเพจ TAXBugnoms ครับ ซึ่งเชื่อว่าถ้าหากใครตั้งใจอ่านและคิดตามอย่างละเอียด น่าจะได้อะไรหลายๆอย่างไปปรับปรุงในการจัดการธุรกิจของตัวเองแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ สิ่งที่อยากจะฝากไว้ คือ จงรู้ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจให้มากที่สุด โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจขายของออนไลน์ เพราะเรื่องภาษีนี่แหละครับ เป็นตัวชี้เป็นชี้ตายเลยว่า เรานั้นรักและเข้าใจการเงินของธุรกิจมากแค่ไหน

Do – Don’t ถ้าคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจ อะไรทำได้ อะไรห้ามทำ

คนเราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต เมื่อได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนสูงๆ ย่อมต้องนำเอาความรู้นั้นไปต่อยอดสร้างรายได้เพื่อนำเงินทั้งหมดทั้งมวลมาใช้ชีวิตและเติมเต็มสิ่งที่เราขาด แน่นอนว่าการหางานดีๆ สักงานทำมันอาจจะง่ายในตอนแรก และนับว่าเป็นความสุข หากว่างานนั้นเป็นงานที่เรารักและมีแรงปรารถนาที่จะทำเพื่ออะไรบางอย่าง แต่ก็คงไม่มีใครอยากเป็นลูกน้องคนอื่นไปตลอดชีวิตจริงไหม ? แน่นอนว่าคงไม่มีใครเกิดมาแล้วมีแววที่จะเป็นเจ้าคนนายคน หรือเจ้าของธุรกิจมูลค่าสูง หรือมีแววเป็นเถ้าแก่ที่มีคนนับหน้าถือตากันมากมายตั้งแต่เริ่ม ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป มีความสำเร็จก็ต้องมีความล้มเหลวเป็นของคู่กัน

จากเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปอ่านมาเกี่ยวการเริ่มต้นทำธุรกิจ เด็กหนุ่มใส่แว่นที่มาเข้าร่วม ท่าทางดูเรียบร้อย ยกมือขึ้นถามวิทยากรที่กำลังบรรยายในงานสัมมนางานหนึ่ง ว่า “คนทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นเถ้าแก่หรือเปล่าครับ ?” ซึ่งถ้าเป็นเราก็อาจตอบว่า ทุกคนนั้นมีความเป็นเถ้าแก่ หรือรังสีของความเป็นเจ้าของธุรกิจอยู่ในตัว เพียงแต่ประสบการณ์และเวลาจะเป็นตัวกำหนดว่า เมื่อไหร่สิ่งเหล่านั้นจะถึงเวลาเปิดเผยและได้ใช้ในกิจการที่ตัวเองต้องการ หากวันหนึ่งที่เราเกิดไม่พร้อม แต่ยังดันทุรังที่จะเค้นสิ่งเหล่านี้ออกมา แน่นอนว่าความล้มเหลวก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ จะเห็นได้ว่าในคำตอบมันมีทั้งความมั่นใจและความไม่มั่นใจ จึงไม่อาจตัดสินได้ว่า จริงๆ แล้วคนทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นเถ้าแก่ได้รึเปล่า ขึ้นอยู่กับหลายๆ อย่างประกอบกัน อีกทั้งในแววตาของเด็กหนุ่มคนนึ่งที่เห็น ก็เหมือนจะมีความลังเลและความไม่แน่ใจเมื่อถามอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มคนนี้ แต่คนอื่นๆ ที่ถามคำถามจำพวกนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน

“เราควรจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าเราเหมาะกับอะไร
ไม่ใช่ให้ใครมาบอกว่า เราทำไม่ได้
หรือเหมาะกับอะไร ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม”

ประเภทที่เคยเจอว่า คุณแม่อยากให้ทำงานบริษัท แต่ตัวเองนั้นอยากจะเปิดร้านเบเกอรี่ร่วมกับเพื่อนมากกว่า ต้องบอกก่อนเลยว่ายังไงความต้องการของคนอื่น ก็มักจะเข้ามาขัดกับความต้องการของตัวเองอยู่เสมอ บางครั้งมันอาจไม่ได้เป็นงานที่เรารัก เราชอบ จึงทำได้ไม่ดี ไม่เต็มที่ ไม่อยากที่จะไปแตะต้องตรงนั้น ทำในสิ่งที่ตัวเองพอใจยังไงมันก็ออกมาดี เพราะมันเป็นความต้องการของเราจริงๆ รวมถึงการเป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของร้านจักรยาน ร้านแผ่นเสียง การมีโรงงานเป็นของตัวเอง หรือการเป็นเจ้านายของตัว แน่นอนมันทำได้ถ้ามันเป็นความชอบของเราจริงๆ แต่ ! ต้องเน้นย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนทีี่เหมาะจะเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือเหมาะที่จะเป็นลูกจ้าง สิ่งสำคัญ คือ เราต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง คิดให้รอบคอบว่าเราเหมาะกับอะไร หรือต้องการอะไรมากที่สุด อย่าพยายามให้ใครมาตัดสินเราว่าอย่างนั้นทำได้ อย่างนี้ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

เห็นพูดมาถึงขนาดนี้แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางออกซะทีเดียว ถึงจะบอกว่าเป็นเจ้าของธุรกิจไม่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่จะให้เลิกพยายาม เพียงแต่ต้องรอบคอบ และลองอ่านกฎ Do และ Don’t ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจเสียก่อน จะได้รู้ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำบ้าง ถึงจะตั้งตัวได้

ให้คิดเพื่อตัวเอง เลือกชีวิตที่เป็นของตัวเอง

“ถ้าไม่คิดเพื่อตัวเองแล้วจะทำไปทำไม”

เรื่องนี้นับเป็นเรื่องแรกที่เราควรทำก่อนเริ่มธุรกิจ สิ่งที่ควรทำก็คือ การคิดเพื่อตัวเองให้มาก พยายามค้นหาให้เจอว่าตัวเองชอบและเหมาะกับอะไรมากที่สุด ลองดูให้ดีว่าตัวเองเหมาะที่จะเป็นเถ้าแก่ พร้อมที่จะถอดชุดสูท ใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้นออกไปเร่ขายของตามที่ต่างๆ รึเปล่า รวมถึงหากว่าธุรกิจที่เราตั้งใจไว้ไม่เป็นไปตามที่คิดแล้วคุณจะยังทำมันต่ออยู่ไหม หากคำตอบข้างในค่อนไปทางไม่มั่นใจก็ไม่ใช่เรื่องผิด ถึงไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจแต่ไปรับหน้าที่อื่นๆ เป็นมือปืนรับจ้างก็ไม่เสียหาย ไม่ว่าจะทำในหน้าที่อะไร ถ้าเรามีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะให้ธุรกิจเดินต่อไปข้างหน้า เกิดความสำเร็จได้มันก็เท่เหมือนๆ กัน

“ฟังแต่ยังไม่เชื่อ”

ต่อมาสิ่งที่เราไม่ควรทำเลย คือ การที่ให้ใครต่อใครมาบอก หรือตัดสินว่าเราควรจะเป็นอะไร หรือไม่ควรจะทำอะไร บอกกันตามตรงว่าถึงแม้จะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ คุณครู เพื่อนของเรา หรือแม้แต่คนที่อยู่รอบตัวก็ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคารพ หรือไม่ฟังความเห็นจากคนที่เรารัก เพียงแต่ขอให้ฟัง แต่อย่าเพิ่งเชื่อ ให้เราฟังความคิดเห็นจากคนอื่นๆ ด้วยความเคารพ ความนอบน้อม แล้วนำทุกอย่างมาประกอบการตัดสินใจ เพื่อเป็นการสะท้อนตัวเราว่าเชื่ออย่างที่ตัวเราชอบจริงรึเปล่า อยากให้ทุกคนพยายามที่จะ “สุภาพแต่เข้มแข็ง” มีความเชื่อมั่นในตัวเอง พร้อมรับฟังคำติ-ชม และอดทนที่จะอธิบายคนรอบๆ ตัวฟังถึงความชอบและความเชื่อของเรา

“ถ้าเขาไม่รักสิ่งที่เขาทำจริงๆ เกิดเจ๊งหรือขายไม่ดี
เขาก็จะเปลี่ยนชีวิตให้สมถะ และจะทำในสิ่งที่ตัวเองรักต่อไป”

จากที่ได้อ่านเรื่องราวการประสบความสำเร็จของผู้คนในสาขาอาชีพต่างๆ ทั้งไทยและเทศ พวกเขาล้วนแล้วแต่มีอะไรที่เหมือนๆ กัน ตรงที่ก่อนเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง ก็มักจะมีคนคอยทำร้ายความฝันด้วยประโยคซ้ำๆ เดียวๆ ว่า “เป็นไปไม่ได้หรอก” “น่าจะยาก” “เด็กเกินไป” “ไม่เหมาะ” แต่ดีตรงที่พวกเขามีความแน่วแน่ ยอมเสี่ยง ยอมเจ็บในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจ พยายามมองเสียงวิพากษ์วิจารณ์ให้กลายเป็นบททดสอบที่สำคัญว่าตัวเองรักในสิ่งที่ทำมากพอรึเปล่า ซึ่งเชื่อว่าถ้าคนเหล่านั้นไม่ได้รักในสิ่งที่ตัวเองทำจริงๆ เขาก็คงจะไม่อดทนและแปรเปลี่ยนไปตามกระแสสังคม และเดินหน้าทำมันต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจเรียกคนเหล่านั้นได้ว่าเป็น “ศิลปิน” อีกทั้ง คนบางคนก็โชคดีมาตั้งแต่ต้นที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เหมาะกับอะไร ส่วนคนที่ไม่มีอะไรพิเศษแบบนั้นก็ต้องลองผิดลองถูกให้รู้ก่อน ถ้าลองจนหมดแต่ยังไม่รู้แถมยังใจร้อนอีก แนะนำว่าให้ลองเลย เพียงแต่เราต้องเข้มแข็งกับผลลัพธ์เท่านั้นเอง

จริงๆ เราอยากเข้าข้างตัวเอง หรือกลัวที่จะล้มเหลวมากเกินไป

“การหาความสมดุลระหว่างหัวสมองและหัวใจ
Follow your heart but take your brain with you”

เท่าที่เคยเห็นบุคลิกลักษณะของคนที่เป็นเถ้าแก่ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจจะมีอยู่ 2 ประเภท ไม่เป็นคนที่มั่นใจสุดๆ ก็เป็นคนที่ขี้กลัวแบบสุดๆ ไปเลย จะหาคนที่อยู่ตรงกลางไม่ค่อยได้ เวลาที่เราเข้าข้างตัวเอง เราก็มักจะเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการเป็นอันดับแรกเสมอ มันเป็นเรื่องของจิตวิทยา แบบนี้ภาษาฝรั่งเรียกว่า “Selective Bias” เกิดความเอนเอียงจากการเลือก เลือกดูแต่ข้อมูล หรือสิ่งที่ถูกใจเรา เอาจริงๆ ก็คล้ายกับการ “มโน” อยู่กลายๆ เพียงแต่ว่าการมโนในแบบนี้มันมีข้อมูลที่ถูกต้องอ้างอิงอยู่ เราเลือกที่จะอ่าน เลือกจำแค่สิ่งที่ให้ให้กำลังใจเรา ถูกใจเรา

ส่วน Selective Bias อีกประเภท ก็คือพวกที่มีความกลัวอยู่เต็มไปหมด ทุกอย่างดูเป็นแง่ลบ กลัวไม่สำเร็จ ถึงแม้จะมีความกล้าและตัดสินใจเลือกไปแล้วว่าจะเริ่มทำธุรกิจแบบนี้ แต่ก็เกิดความลนลาน เพียงแค่พูดพรีเซนต์ออกมาน้ำเสียงที่ดูสั่นเครือก็สะท้อนได้ว่าเกิดความไม่มั่นใจซะแล้ว แต่เรื่องแบบนี้ก็โทษใครไม่ได้ เพราะนี่คือโลกของธุรกิจที่หาสมดุลได้ยากหากว่าเพิ่งเริ่มต้น ยังไงก็ต้องสู้และพยายามกันต่อไป

ถึงวิสัยทัศน์กว้างไกลแค่ไหน แต่ก็ต้องมีแผนสองรองรับไว้เสมอ

“แรงปรารถนาของจิตมีพลังมาก
ถ้าคิดและโฟกัสไปว่าต้องสำเร็จ
โอกาสจะสำเร็จก็จะมีมากขึ้น”

สิ่งที่อยากจะสื่อในส่วนนี้ก็เหมือนกับหัวข้อที่ไม่ได้แตกต่างกันมาก เมื่อเราคิดจะทำอะไรสักอย่าง มีแผน 1 ก็ต้องมีแผน 2 เผื่อบางทีเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะได้ไม่ล้มเหลวมากนัก การทำธุรกิจก็เช่นกัน เอาง่ายๆ ถ้าอยากจะให้สำเร็จก็ต้องเริ่มสะกดจิตตัวเองก่อนว่ามันสำเร็จ เทียบกับการเล่นเกมง่ายๆ อย่างเวลาที่เราขยำกระดาษที่ไม่ได้ใช้แล้วเขวี้ยงลงไปที่ถังขยะ เมื่อเราคิดว่าลง มันก็จะลง วิธีนี้มีชื่อเรียกว่า “Visualizing Success” เป็นสิ่งที่นักกอล์ฟ หรือนักบาสในระดับโลกนำมาใช้กันอยู่บ่อยๆ เวลาที่เข้าแข่งขัน หรือเวลาที่เราเล่นหมากรุก ให้คิดล่วงหน้าเป็นฉากๆ เอาไว้เลยว่าจะทำแบบนี้ ข้ามแบบนี้ ถ้าทำแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วเราจะโต้ตอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งมันต่างจากการเข้าข้างตัวเองอยู่มากโขตรงที่มีการตอบโต้เพิ่มด้วย หากว่าธุรกิจที่เราตัดสินใจทำนั้นเกิดไม่ง่าย แล้วเราจะต้องทำยังไงต่อไป ต้องมีแผนรองรับที่หลากหลาย อย่ามัวแต่ไปคิดเข้าข้างตัวเองว่าอะไรก็ง่าย เป็นได้ ยังไงต้องประสบความสำเร็จแน่นอนอยู่แล้ว ซึ่งไม่จริง

“ความหวังให้อะไรเราได้บ้าง?”

เมื่อเริ่มต้นลงมือทำธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว แนะนำว่าให้ใช้ใจคิด ลองใช้สามัญสำนึก ผสมผสานความกล้าที่จะตัดสินใจก่อนว่าจะทำแบบไหน สิ่งที่เราหวังให้อะไรกับตัวเราและธุรกิจของเราได้บ้าง คิดในแบบที่ไม่มีเงื่อนไขมาจินตนาการ จากนั้นก็ค่อยมาใช้สมองมองในแบบ “What if” ไปเป็นฉากๆ ว่าถ้าเกิดอย่างนั้นขึ้น อย่างนี้ขึ้น หากวัตถุดิบขาดตลาด พนักงานไม่เพียงพอ เราจะต้องแก้ปัญหายังไง ไปจนถึงว่าหากวันหนึ่งธุรกิจเกิดประสบความสำเร็จ เราจะทำยังไงให้มันติดลมบน แต่ถ้าไม่สำเร็จ จะต้องมีแผน 2 แผน 3 หรือจะลงจากหลังเสือ ไม่เดินหน้าต่อ ขอให้แยกออกเป็น 2 ความคิด แล้วทุกอย่างก็จะดำเนินต่อไปได้โดยที่เราไม่ต้องกลัว หรือคิดอะไรไปเองล่วงหน้า

สุดท้าย หากเราเตรียมความพร้อมมาอย่างดี รู้จักตัวเองดี มีทางหนีทีไล่ หรือตั้งใจที่จะลุยต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้ยังมองไม่เห็นความสำเร็จ ก็ต้องอดทน ทำงานให้หนัก อย่ายอมแพ้ง่ายๆ สนุกกับสิ่งที่ทำอยู่เสมออย่างไม่เอ่ยปากบ่น เราก็จะนิ่งพอและดำเนินธุรกิจของเราไปได้อย่างมีความสุข นี่ก็เป็น Do และ Don’t สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำก่อนเริ่มต้นธุรกิจ หรือเป็นเจ้าของกิจการ หวังว่าจะนำเอาไปปรับใช้และเป็นแรงผลักดันให้กับใครหลายๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองต้องการอะไรได้เป็นอย่างดี