การจดทะเบียนพาณิชย์ ให้บุคคลอื่นมาจดให้ได้หรือไม่?

การทำงาน และบทบาทของแมสเซ็นเจอร์ ที่มีประสิทธิภาพ

1. บรรยากาศของการทำงานมีความเป็นกันเองของแมสเซ็นเจอร์ อบอุ่น มีความกระตือรือร้น และสร้างสรรค์ ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างจริงจัง และจริงใจ ไม่มีร่องรอยที่แสดงให้เห็นถึงความเบื่อหน่าย
2. ความไว้วางใจกัน (Trust) เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเป็นทีมแมสเซ็นเจอร์ สมาชิกทุกคนในทีมควรไว้วางใจซึ่งกันและกันได้ ซื่อสัตย์ต่อกัน สื่อสารกันอย่างเปิดเผย ไม่มีลับลมคมใน
3. มีการมอบหมายงานอย่างชัดเจน สมาชิกทีมงานเข้าใจวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และยอมรับภารกิจหลักของทีมงาน
4. บทบาทของแมสเซ็นเจอร์ (Role) สมาชิกแต่ละคนเข้าใจและปฏิบัติตามบทบาทของตน และเรียนรู้เข้าใจในบทบาทของผู้อื่นในทีม ทุกบทบาทมีความสำคัญ รวมทั้งบทบาทในการช่วยรักษาความเป็นทีมงานให้มั่นคง เช่น การประนีประนอม การอำนวยความสะดวก การให้กำลังใจ เป็นต้น
5. วิธีการทำงาน (Work Procedure) สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา คือ
5.1 การสื่อความ (Communication) การทำงานเป็นทีมอาศัยบรรยากาศ การสื่อความที่ชัดเจนเหมาะสม ซึ่งจะทำให้ทุกคนกล้าที่จะเปิดใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จนเกิดความเข้าใจ และนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ
5.2 การตัดสินใจ (Decision Making) การทำงานเป็นทีมต้องใช้การตัดสินใจร่วมกัน เมื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมแสดงความคิดเห็น และร่วมตัดสินใจแล้ว สมาชิกย่อมเกิดความผูกพันที่จะทำในสิ่งที่ตนเองได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น
5.3 ภาวะผู้นำ (Leadership) คือ บุคคลที่ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น การทำงานเป็นทีมควรส่งเสริมให้สมาชิกทุกคนได้มีโอกาสแสดงความเป็นผู้นำ (ไม่ใช่ผลัดกันเป็นหัวหน้า) เพื่อให้ทุกคนเกิดความรู้สึกว่าได้รับการยอมรับ จะได้รู้สึกว่าการทำงานเป็นทีมนั้นมีความหมาย ปรารถนาที่จะทำอีก
5.4 การกำหนดกติกา หรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะเอื้อต่อการทำงานร่วมกันให้บรรลุเป้าหมาย ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีส่วนร่วม ในการกำหนดกติกา หรือกฎเกณฑ์ที่จะนำมาใช้ร่วมกัน
6. การมีส่วนร่วมในการประเมินผลการทำงานของทีม ทีมงานควรมีการประเมินผลการทำงาน เป็นระยะ ในรูปแบบทั้งไม่เป็นทางการ และเป็นทางการ โดยสมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการประเมินผลงาน ทำให้สมาชิกได้ทราบความก้าวหน้าของงาน ปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้น รวมทั้งพัฒนากระบวนการทำงาน หรือการปรับปรุงแก้ไขร่วมกัน ซึ่งในที่สุดสมาชิกจะได้ทราบว่าผลงานบรรลุเป้าหมาย และมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด
7. การพัฒนาทีมงานแมสเซ็นเจอร์ ให้เข้มแข็ง
7.1 พัฒนาศักยภาพทีมงาน ด้วยการสร้างแรงจูงใจทางบวก สมาชิกมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการจัดกิจกรรมสร้างพลังทีมงาน เกิดความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ประสบผลสำเร็จ
7.2 การให้รางวัล ปัจจุบันการพิจารณาผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานไม่เอื้อต่อการทำงานเป็นทีม ส่วนใหญ่จะพิจารณาผลการทำงานเป็นรายบุคคล ดังนั้นระบบรางวัลที่เอื้อต่อการทำงานเป็นทีม คือ การที่ทุกคนได้รางวัลอย่างยุติธรรมทุกคน คือ ควรสนับสนุนการให้รางวัลแก่การทำงานเป็นทีมในลักษณะที่ว่างอยู่บนพื้นฐานการให้รางวัลกับกลุ่ม (Group base reward system) แมสเซ็นเจอร์

 

Credit — http://แมสเซ็นเจอร์.blogspot.com/

ชื่อที่จองแล้วจะใช้ได้กี่วัน

กรมพัฒน์ฯ พร้อมให้บริการ รองรับร้านทองเข้าสู่ระบบนิติบุคคล

 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อ้าแขนเตรียมรับจดทะเบียนร้านทองเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลนิติบุคคล ตามแนวทางของกรมสรรพากรที่ต้องการส่งเสริมและผลักดันให้ร้านค้าทองจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล โดยจะยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ให้แก่บุคคลธรรมดาที่โอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินใด ๆ ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนตั้งแต่ 10 สิงหาคม 2559 – 31 ธันวาคม 2560 โดยขณะนี้มีผู้ประกอบกิจการร้านค้าทองกว่า 7,500 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจ ในรูปแบบของบุคคลธรรมดา มีเพียง 3,520 ราย ที่ประกอบกิจการในรูปแบบของนิติบุคคล
                นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด กำกับดูแลธุรกิจให้ดำเนินกิจการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาธุรกิจให้มีการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐาน และมีธรรมาภิบาลทางธุรกิจ ซึ่งกรมฯ มีความพร้อมในการนำ ผู้ประกอบธุรกิจร้านทองและผู้ประกอบธุรกิจอื่นๆ เข้าสู่ระบบนิติบุคคล ตั้งแต่การให้คำแนะนำและรับคำขอ จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล นอกจากนี้ยังได้จัดทำคู่มือสำหรับนิติบุคคลตั้งใหม่ เพื่อให้ความรู้ และคำแนะนำแก่หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องของนิติบุคคลเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องปฏิบัติเมื่อเป็น นิติบุคคลแล้ว เช่น การจัดทำบัญชี งบการเงิน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องของธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดไว้ได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งจัดให้มีการฝึกอบรม บ่มเพาะองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ เสริมสร้างทักษะ วิธีคิด และสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้เป็นนักธุรกิจมืออาชีพที่สามารถบริหารจัดการองค์กรอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจและองค์กรต่อไป
                “การดำเนินธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคล จะก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ ทั้งในด้านความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจต่อสายตาบุคคลภายนอก คู่ค้า นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ องค์กรมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ มีการระดมความคิดและมุมมองที่หลากหลายในการดำเนินกิจการ รวมถึงประโยชน์ในด้านการระดมทุนจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งหากธุรกิจร้านทองทั้งหมดที่มีอยู่ ณ ขณะนี้มีความประสงค์จะเข้าสู่ระบบนิติบุคคล ทางกรมฯ ยินดีและพร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยให้คำแนะนำ ณ ส่วนพัฒนาการจดทะเบียน กองทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 2547 4431”

ข้อตกลงและเงื่อนไขการส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

  1. 1. การยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน
    1. 1.1 การส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อตกลงนี้ถือเป็นการยื่นแบบรายการตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 และพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 และนายจ้างยอมรับที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว
    2. 1.2 การใช้หมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานประกันสังคม ในการส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เมื่อ “นายจ้าง” ได้ยืนยันการส่งข้อมูล และสำนักงานประกันสังคมได้รับการยื่นรายการข้อมูลตามแบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03, สปส.1-03/1) แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง (สปส.6-09, สปส.6-10, สปส.6-15) และแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ สปส.1-10 (ส่วนที่ 1) แบบ สปส.1-10 (ส่วนที่ 2) แบบ สปส.1-10/1และแบบ สปส.1-10/1 (แผ่นต่อ) ตามประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่องกำหนดแบบขึ้นทะเบียนตามประราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่องกำหนดแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ และระเบียบสำนักงานประกันสังคม ว่าด้วยการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง ถือว่าเป็นการทำรายการข้อมูลดังกล่าวถูกต้องเป็นจริงทุกประการรวมถึงจะผูกพันแบบแสดงรายการที่จัดพิมพ์ขึ้นโดยระบบคอมพิวเตอร์ในรายการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามการยื่นแบบแสดงรายการ และ/หรือชำระเงินสมทบผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
    3. 1.3 การยื่นรายการข้อมูลตามแบบแสดงรายการและ/หรือชำระเงินสมทบผ่านระบบอินเตอร์เน็ตตามข้อ 1.2 หมายความถึง การยื่นแบบแสดงรายการตามประกาศสำนักงานประกันสังคมที่กำหนดไว้แล้ว และที่จะประกาศกำหนดเพิ่มเติมต่อไป
    4. 1.4 หมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) ที่นายจ้างได้รับนั้น ถือเป็นความลับระหว่างนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมซึ่งนายจ้างมีหน้าที่ต้องควบคุมดูแลเกี่ยวกับการใช้หมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) กับทั้งระมัดระวังป้องกันมิให้บุคคลอื่นใดใช้หมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) และถือเป็นความรับผิดชอบของนายจ้างในกรณีที่บุคคลอื่นใดใช้หมายเลขผู้ใช้ (User ID)และรหัสผ่าน (Password) เป็นเหตุให้สำนักงานประกันสังคมเสียหาย
    5. 1.5 นายจ้างที่ได้รับอนุญาตให้ส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นยอมรับรองว่าข้อมูลในรายการตามแบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03, สปส.1-03/1) แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง (สปส.6-09, สปส.6-10, สปส.6-15) และแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ สปส.1-10 (ส่วนที่ 1),แบบ สปส.1-10 (ส่วนที่ 2) แบบ สปส.1-10/1 และแบบ สปส.1-10/1 (แผ่นต่อ) มีข้อความถูกต้องเป็นความจริงทุกประการ
    6. 1.6 กรณีที่เกิดเหตุขัดข้อง ทำให้สำนักงานประกันสังคมต้องหยุดรับการส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตหรือเหตุอื่นใดที่ทำให้นายจ้างไม่สามารถส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ นายจ้างยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบรายการเป็นหนังสือตามแบบขึ้นทะเบียน นายจ้าง (สปส.1-01) แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03, สปส.1-03/1) แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง (สปส.6-09, สปส.6-10, สปส.6-15) และแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ สปส.1-10 (ส่วนที่ 1) แบบ สปส.1-10 (ส่วนที่ 2) แบบ สปส.1-10/1 และแบบ สปส.1-10/1 (แผ่นต่อ) ณ สำนักงานประกันสังคมแห่งท้องที่อันเป็นที่ตั้งกิจการของนายจ้าง
  2. 2. การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านสื่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การเปลี่ยน (e-mail Address) การเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password) หรือการยกเลิกการยื่นแบบรายการและชำระเงินสมทบผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
    เมื่อนายจ้างแจ้งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือตามแบบคำขอทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (สปส.1-05) แล้วแต่กรณี การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านสื่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีผลสมบูรณ์เมื่อสำนักงานประกันสังคมได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว
  3. 3. การเพิกถอนสิทธิในการยื่นแบบรายการและชำระเงินสมทบผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น
    กรณีที่ “นายจ้าง” มิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามข้อตกลงข้อใดข้อหนึ่งที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด หรือไม่ได้ส่งข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นระยะเวลา 6 เดือนติดต่อกัน สำนักงานประกันสังคมมีสิทธิจะเพิกถอนการส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่จำเป็นต้องบอกล่วงหน้า และนายจ้างต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03,สปส.1-03/1) แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง (สปส.6-09, สปส.6-10, สปส.6-15) และแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบเป็นหนังสือ และหากนายจ้างมีความประสงค์จะส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่อไป จะต้องยื่นแบบคำขอทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (สปส.1-05) ด้วยตนเอง หรือทำรายการผ่านระบบอินเตอร์เน็ต แล้วแต่กรณี
    นายจ้างได้อ่านข้อตกลงและเงื่อนไขการส่งข้อมูลเพื่อทำรายการของสำนักงานประกันสังคมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เข้าใจโดยละเอียดตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยานและมอบให้แก่สำนักงานประกันสังคมไว้เป็นหลักฐาน

ประโยชน์ที่ได้รับจากการยื่นแบบผ่านอินเตอร์เนต

ตราหายต้องทำอย่างไร?

 

ที่มา  https://www.dbd.go.th/faq_detail.php?fa_id=85

ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แต่มีสิทธิแจ้งขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  1. ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าพืชผลทางการเกษตร สัตว์ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่นอาหารสัตว์ ยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน
  2. ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายและมีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
  3. การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรโดยท่าอากาศยาน
  4. การส่งออกของผู้ประกอบการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  5. การให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อในราชอาณาจักร

ให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอแจ้งใช้สิทธิเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 01.1 จำนวน 1 ชุด 3 ฉบับ พร้อมกับคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 01

 

“ขึ้นค่าหัวประกันสังคม” จำเป็น แต่! ต้องเพิ่มคุณภาพบริการ

คณะกรรมการ “ประกันสังคม” กำลังจะพิจารณาขึ้นค่าหัวให้โรงพยาบาล ในขณะที่ ผู้ประกันตนต้องการคุณภาพบริการที่ดีขึ้น

การประชุมคณะกรรมการประกันสังคม ในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้ จะพิจารณาปรับค่าหัวให้กับโรงพยาบาลรัฐและเอกชน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สมาคมโรงพยาบาลเอกชนเรียกร้องให้ขึ้นค่าหัวที่ไม่ได้ปรับมา 6 ปี

โดยข้อเสนอจะเพิ่มค่าหัวจาก 1,460 บาท เป็น 1,500 บาท เพื่อไม่ให้โรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ขาดทุน รวมถึงจะมีการพิจารณาเพิ่มเงินส่วนอื่นให้กับโรงพยาบาลด้วย เช่น ค่าบริการทางการแพทย์สำหรับโรคเรื้อรัง และการจ่ายเพิ่มสำหรับการรักษาที่มีค่ารักษาพยาบาลเกิน 1,000,000 บาท

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานปประกันสังคมได้ประเมินสถานการณ์ในปี 2560 พบว่า สถานพยาบาลมีต้นทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีปริมาณการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มค่าหัวจะครอบคลุมทุกรายการตั้งแต่เหมาจ่ายค่าหัว, โรคเรื้อรัง, โรคที่ต้องใช้ยาราคาสูง และต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการรักษา

ทั้งนี้ จำนวนผู้ประกันตนและค่าใช้จ่ายด้านพยาบาลที่กองทุนประกันสังคมจ่ายมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยปี 2557 มีการใช้บริการการแพทย์ 31.2 ล้านครั้ง มีค่าใช้จ่ายพยาบาล 34,266 ล้านบาท ต่อมาปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 32.2 ล้านครั้ง มีค่าใช้จ่ายพยาบาล 36,693 ล้านบาท

นางอรุณี ศรีโต กรรมการประกันสังคม ฝ่ายลูกจ้าง ให้ความเห็นว่า การเพิ่มค่าหัวประกันสังคม เป็นเรื่องที่มีเหตุผลความจำเป็น แต่ผู้ประกันตนควรได้รับการดูแลเพิ่มขึ้นหรือมีการตรวจสุขภาพ และคุณภาพการบริการของโรงพยาบาลต้องดีขึ้น เพราะที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนถึงปัญหาการให้บริการและคุณภาพยา

ซึ่งหากเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม จะต้องมีการชี้แจงรายละเอียดทั้งในส่วนโรงพยาบาลและสำนักงานประกันสังคม โดยที่ผ่านมาการประกันตนยังได้รับบริการเทียบเท่ากับบัตรทอง หรือมากกว่าบัตรทอง เพราะผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเอง

และถ้าเปรียบเทียบพฤติกรรมการรักษาพยาบาล จะพบว่า ประชาชนใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนมากกว่าโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งโพลล์ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปี 2560 ระบุว่า ประชาชนใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน 25%, คลินิกเอกชน 14% และใช้บริการโรงพยาบาลรัฐ 16% แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนผู้ป่วยคนไทยในโรงพยาบาลเอกชนปีนี้จะไม่เพิ่มขึ้น ทำให้โรงพยาบาลหันไปพึ่งคนไข้ต่างชาติมากขึ้น

สอดคล้องกับความเห็นของ นายวิโรจน์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการวิจัย ด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขและการเกษตร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่มองว่า โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งออกจากประกันสังคม เพื่อไปให้บริการผู้ป่วยต่างชาติ หลังจากนี้ สำนักงานประกันสังคมอาจต้องพิจารณาปรับค่าหัวทุกปีเหมือนบัตรทอง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนค่าแรงและเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

7 พฤติกรรมที่คนประสบความสำเร็จอายุน้อยทำกัน

เพราะการประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ได้มาจากงานแค่เพียงอย่างเดียว รูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน งานอดิเรก ทัศนคติ ทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เราประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น ยิ่งในยุคนี้ด้วยแล้วจะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่อายุยังน้อยมักประสบความสำเร็จรวดเร็วกันมากขึ้น อะไรทำให้พวกเขาก้าวไปถึงจุดนั้นได้ พวกเขามีสิ่งใดที่เหมือนกัน ลองไปถอดรหัสพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จกัน
ดูแลตัวเอง

คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนที่ดูแลตัวเอง ตั้งแต่สุขภาพร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารดีๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไปจนถึงสุขภาพด้านจิตใจที่ดี

สนใจการใช้ชีวิตและการทำงานไปพร้อมๆ กัน

ชอบหากิจกรรมทำยามว่าง ทั้งงานอดิเรก การเดินทางท่องเที่ยว การชาร์จแบตให้กับตัวเอง นอกจากจะสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตแล้ว ยังทำให้ได้เรียนรู้ทักษะและประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์กับตัวเองขึ้นมาสักวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้าได้

ใส่ใจคนรอบข้าง และมิตรภาพใหม่ๆ

ให้ความสำคัญกับคนรอบข้างเสมอ ไม่ว่าครอบครัว เพื่อนฝูง ไปจนถึงเครือข่ายสังคมต่างๆ โดยเชื่อว่าการปฏิสัมพันธ์ที่ดีจะนำมาซึ่งความสุข รวมถึงสร้างโอกาสต่างๆ ให้เกิดขึ้นอีกมากมาย

รักธรรมชาติ

นอกจากใส่ใจคนรอบข้างแล้ว คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จมักให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัวด้วย เช่น ธรรมชาติ วิธีการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมต่างๆ เป็นบุคคลที่ใส่ใจมีความรับผิดชอบต่อสังคม ชอบช่วยเหลือผู้อื่น

มีความเป็นมืออาชีพ จริงจังกับทุกเรื่อง

ไม่ว่าเล่น หรือทำงาน คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จมักมีความจริงจัง ค้นคว้าหาข้อมูล เพื่อทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด จนทำให้เกิดทักษะเรียนรู้ และทำได้จริงด้วยตนเอง

ชอบหาอาชีพเสริมทำ

คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ มักไม่ชอบทำอย่างแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะพยายามหาสิ่งอื่นที่สนใจทำควบคู่กันไปด้วย

บริหารจัดการการเงินด้วยตนเอง

แม้จะรักอิสระ ชอบแสวงหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จก็มักคำนึงถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและวางแผนอนาคตในวันข้างหน้าเสมอ ด้วยการบริหารวางแผนการใช้จ่าย รวมถึงการออมได้ดีเช่นกัน